ครั้งยังหนุ่ม เตียวหงและตันลิมเคยร่วมเดินทางร่ำเรียนที่ลกเอี๋ยง ทั้งสองมีมิตรสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ครั้งนี้ซุนเจินมาเมืองกังเหลง เมื่อพบตันลิมในจวนของอ้วนเสี้ยวแล้ว ย่อมต้องไต่ถามถึงผู้คนในเมืองกังเหลงเสียหน่อย
บุคคลแรกที่ตันลิมเอ่ยถึงแก่เขาก็คือเตียวหง
"ในเมืองข้า รวบรวมผู้คนเก่งกาจไว้มากมาย บ้างช่ำชองคัมภีร์ บ้างถนัดอักษรศาสตร์ บ้างเชี่ยวชาญคัดลายมือ หรือมีผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม หากกล่าวถึงผู้เพียบพร้อมทั้งสี่ประการ โดดเด่นที่สุดในกังเหลง คงไม่มีใครเกินอาจารย์จื่อกังไปได้"
นี่คือคำกล่าวเดิมของตันลิม
จื่อกังนั้น เป็นชื่อรองของเตียวหง
สิ่งที่เรียกว่าคัมภีร์ อักษรศาสตร์ คัดลายมือ และคุณธรรมที่ตันลิมกล่าวถึง ย่อมหมายถึงความเชี่ยวชาญคัมภีร์โบราณ ฝีมือการเขียนเรียงความ วิชาคัดลายมือ และวัตรปฏิบัติตามลำดับ
เมื่อครั้งเยาว์วัย เตียวหงร่ำเรียนอยู่ที่ลกเอี๋ยง ติดตามปราชญหานจงศึกษาคัมภีร์“อี้จิงสำนักจิง”และ“ซ่างซูสำนักโอวหยาง” ภายหลังยังเดินทางไปที่อำเภอไว่หวง เป็นศิษย์ผูหยางไข่ ศึกษาคัมภีร์“ซือจิงตระกูลหาน” “หลี่จี้” และ“ชุนชิวจั่วจ้วน” ในยุคนี้ นักปราชญ์จำนวนไม่น้อยมักทุ่มเทศึกษาคัมภีร์เพียงเล่มเดียว ผู้ที่รอบรู้“อู่จิง”ทั้งหมดเช่นเตียวหงนั้นหาได้ยากนัก การจะกล่าวยกย่องเขาว่าเป็น“บัณฑิตใหญ่แห่งคัมภีร์”จึงนับว่าสมเกียรติสมควรแก่ชื่อเสียง
กังเหลงเป็นดินแดนเก่าของรัฐฉู่โบราณ ได้รับอิทธิพลลึกซึ้งจากวัฒนธรรมฉู่ นับแต่อดีตการประพันธ์กวีนิพนธ์รุ่งเรืองยิ่ง ตันลิมนับเป็นผู้โดดเด่นในด้านนี้ เตียวหงก็ช่ำชองทางนี้เช่นกัน เรียกได้ว่ามีฝีมือทางวรรณศิลป์อันเจิดจรัส
มิเพียงรอบรู้ด้านคัมภีร์และอักษรศาสตร์ เตียวหงยังถนัดวิชาคัดลายมือ โดยเฉพาะอักษรจ้วน ซึ่งมีชื่อเสียงมาก
เชี่ยวชาญทั้งคัมภีร์ อักษรศาสตร์ และคัดลายมือ ด้านเกียรติคุณงามความดี เตียวหงก็สูงส่งไม่แพ้กัน