ตั๋งเจียว ชื่อรองกงเหริน เป็นชาวอำเภอติ้งเถา เมืองจี้อิน ตระกูลของเขาเป็นตระกูลใหญ่แห่งจี้อิน ซุนเจินเคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน
เขาครั้นอายุน้อยก็ได้รับการเสนอชื่อเป็นเซี่ยวเหลียนจากเมือง ภายหลังได้เป็นขุนนางที่กิจิ๋ว ตอนแรกได้รับตำแหน่งผู้ว่าการอำเภอหยิงเถา เมืองจวี้ลู่ จากนั้นจึงได้เป็นนายอำเภอปั๋อเหรินแห่งแคว้นเจ้า ครั้นอ้วนเสี้ยวกำลังแย่งชิงกิจิ๋วนั้น เขาดำรงตำแหน่งนายอำเภอปั๋อเหรินอยู่ ได้เข้าฝักใฝ่อ้วนเสี้ยวด้วยความสมัครใจ เนื่องจากเขามีปรีชาด้านกลอุบายมาก อ้วนเสี้ยวจึงใช้เขาให้เข้าร่วมงานเสนาธิการ
ในศกชูผิงปีที่สาม อ้วนเสี้ยวไปสู้รบกับกองซุนจ้านที่สะพานเจี้ยเฉียว ครานั้นเจ้าเมืองจวี้ลู่คือลีเซากับเจ้าถิ่นที่เข้มแข็งและพวกบัณฑิตในเมืองเห็นว่ากำลังทหารของกองซุนจ้านยิ่งใหญ่ ต่างก็อยากเข้าสวามิภักดิ์ต่อกองซุนจ้าน อ้วนเสี้ยวจึงให้ตั๋งเจียวเข้าแทนลีเซาขึ้นเป็นเจ้าเมืองจวี้ลู่ ฝ่ายเจ้าถิ่นจวี้ลู่ที่ต้องการเข้าพวกกับกองซุนจ้านนั้น มีซุนค่างกับพรรคพวกหลายสิบคนเป็นหลัก เมื่อตั๋งเจียวไปถึงเมืองแล้ว ก็ปลอมประกาศเชิญศึกของอ้วนเสี้ยวฉบับหนึ่ง แจ้งไปทั่วเมืองว่า “จับสายสืบของข้าศึกนามเตียวกี่ให้การว่า จะยกมาตีจวี้ลู่ โดยมีซุนค่างอดีตเซี่ยวเหลียนกับพวกเป็นไส้ศึก ครั้นประกาศเชิญศึกนี้มาถึงก็ให้เก็บพวกมาทำตามกฎทัณฑ์โทษสถานหนักเฉพาะตัว ภรรยาและบุตรอย่าเอาเป็นโทษ” แล้วก็ให้นำตัวซุนค่างกับพวกไปตัดศีรษะเสียสิ้น จากนั้นตั๋งเจียวก็ไปปลอบประโลมตระกูลใหญ่และผู้มีชื่อในเมืองทีละคน เมืองจึงสงบได้ เป็นการขจัดภัยจวี้ลู่ให้อ้วนเสี้ยว
หลังจากนั้น เจ้าเมืองวุยกุ้นลี่ฟานถูกทหารทำร้ายเสียชีวิต อ้วนเสี้ยวจึงให้ตั๋งเจียวย้ายไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองวุยกุ้นอีกครั้ง ภายนอกมีอ้วนเสี้ยวกับกองซุนจ้านรบพุ่งกัน ข้างในมีกองทัพเฮยซานก่อความวุ่นวาย เขตลาดตะเวนของวุยกุ้นสมัยนั้นระส่ำระสายมาก พวกกบฏมีนับหมื่นนับพัน ตั๋งเจียวใช้กลยุทธ์ยุแยงตะแคงรั่ว ถือโอกาสโจมตีซ้ำเติม ได้ชัยชนะใหญ่ต่อเนื่อง ภายในสองวันเคยส่งข่าวดีมาถึงสามครั้ง จึงปราบแม่ทัพนายกองให้วุยกุ้นสงบราบคาบให้อ้วนเสี้ยวได้อีกครั้ง
