สุริยคราสมิได้ยาวนานนัก ความมืดค่อย ๆ จางหาย ตะวันปรากฏอีกครา แสงสว่างหวนคืนสู่แผ่นดิน
แลเห็นผู้คนนับพันชุมนุมกันอยู่บนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต บ้างโกนศีรษะถักเปียเล็ก สวมเสื้อหนังแกะกางเกงจีบ เป็นชาวเฮอ บ้างโพกผ้าสวมอาภรณ์ผ้าฝ้าย เป็นชาวฮั่น ไม่ว่าชาวเฮอหรือชาวฮั่น ล้วนพกอาวุธ ชาวเฮอส่วนมากคาดคันศรลูกธนู ชาวฮั่นส่วนใหญ่ห้อยดาบถือทวน
ผู้ที่ชูแขนขึ้นตะโกนเป็นคนแรกนั้นอายุราวสี่สิบปี สวมหมวกทรงสูง สวมเครื่องแบบขุนนางสีดำ เห็นได้ชัดว่าเป็นขุนนางชาวฮั่น และมีดาบเสียบอยู่ที่เอว ทั้งยังมีแววเข้มแข็งองอาจ ผู้นี้ก็คือผู้ช่วยข้าหลวงมณฑลคนสนิทที่สุดของเล่าหงีเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ นามว่าเซียนอวี๋ฝู่
……
กลับกลายเป็นว่า เมื่อกองซุนจ้านเข้าล้อมเมืองจวีหยง เนื่องจากเมืองถูกตีแตกเร็วเกินไป เซียนอวี่ฟู่และพรรคพวกจึงพลัดหลงกับเล่าหงีท่ามกลางศึกอันสับสนอลหม่าน เล่าหงีถูกจับเป็นแน่ แต่เซียนอวี่ฟู่กับพวกกลับตีฝ่าออกมาได้และหนีรอดอย่างปาฏิหาริย์ จวีหยงตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซ่างกู่กุ้น เลยขึ้นไปทางเหนือคือทุ่งหญ้า อันเป็นที่ตั้งของชาวอูหวน ดังนั้นเซียนอวี่ฟู่และพวกจึงหลบหนีขึ้นเหนือเข้าไปในเผ่าอูหวน
——ความจริงแล้วมิใช่เพียงท้องทุ่งหญ้าทางเหนือของอำเภอจวีหยง หากรวมถึงภายในอำเภออย่างจวีหยงเองก็มีชาวอูหวนตั้งรกรากกระจัดกระจายอยู่มิใช่น้อย เพราะสามจวิ้นคือซ่างกู่ อวี๋หยาง โย่วเป่ยผิงนั้นเป็นถิ่นพำนักหนึ่งของชาวอูหวน
ดังที่กล่าวมาก่อน ภูมิลักษณ์ของจวิ้นต่าง ๆ ในอิวจิ๋วนั้นเรียงจากตะวันตกไปตะวันออก ประกอบด้วยไต้กุ้น ซ่างกู่ อวี๋หยาง โย่วเป่ยผิง เหลียวซี เลียวตง เสวียนถู ลั่วลั่ง ตามลำดับ ส่วนโตวกุ้นและกวางหยางจวิ้นตั้งอยู่ทางตะวันตกของอวี๋หยางและทางใต้ของซ่างกู่
ซ่างกู่ อวี๋หยาง โย่วเป่ยผิงล้วนอยู่ทางตะวันตกของจวิ้นเหลียวซี ทางใต้ของเทือกเขาเอียนซาน หากว่ากันตามภูมิศาสตร์แล้วถือเป็นเขตพื้นที่เดียวกัน ด่านซานไห่กวนในยุคหลังก็อยู่ในจวิ้นเหลียวซี หากกล่าวด้วยวาจายุคหลัง พื้นที่ส่วนนี้พึงนับว่าเป็นนอกด่าน
