จดหมายตอบนี้โจโฉเป็นผู้เขียน
ในจดหมายตอบนั้น โจโฉได้กล่าวยกย่องซุนเจินอย่างสูงส่งก่อนเป็นลำดับแรก แสดงความชื่นชมในความกล้าหาญของซุนเจินที่ไม่หวาดหวั่นต่อความตายเพื่อความจงรักภักดี จากนั้นจึงเอ่ยถึงความเห็นของบัณฑิตในลกเอี๋ยงที่มีต่อการที่ซุนเจินปราบปรามและกำจัดตระกูลเจ้าแห่งเงียบกุ๋นว่า ไม่ว่าข้าราชการผู้ซื่อตรง ขุนนาง ปัญญาชน หรือนักศึกษาแห่งไท่เสวีย ต่างพากันสรรเสริญเป็นเสียงเดียว แม้ซุนเจินจะไม่เคยไปลกเอี๋ยงเลยสักครั้ง แต่ชื่อเสียงของเขาในลกเอี๋ยงเวลานี้กลับโดดเด่นเป็นเอกไม่มีผู้ใดเทียบ
หลังจากนั้น โจโฉจึงได้อธิบายสถานการณ์การเมืองในลกเอี๋ยงอย่างรวบรัด
ตั้งแต่เดือนสามของปีนี้ เนื่องจากเล่าเอี๋ยนกราบทูลขอ ราชสำนักจึงได้ฟื้นฟูตำแหน่งจอมมณฑลขึ้นใหม่ นับถึงบัดนี้ได้แต่งตั้งจอมมณฑลไปแล้วสามคน คนหนึ่งคือเล่าเอี๋ยน แต่งตั้งเป็นจอมมณฑลแห่งเอ๊กจิ๋ว คนหนึ่งคือฮองอ้วน แต่งตั้งเป็นจอมมณฑลแห่งอิจิ๋ว และอีกคนหนึ่งคือเล่าหงี แต่งตั้งเป็นจอมมณฑลแห่งอิวจิ๋ว
ตำแหน่ง “มู่” นั้นมีมาแต่เก่าก่อน เล่าขานว่ายุคซุ่นนั้นแบ่งใต้หล้าออกเป็นสิบสองมลฑล แล้วตั้งโจวมู่ขึ้น หรือเรียกอีกอย่างว่าโจวปั๋ว ครั้นยุคเซี่ย แบ่งใต้หล้าออกเป็นเก้ามลฑล ก็มีโจวมู่เช่นเดียวกับยุคซุ่น
ครั้นถึงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เดิมทีไม่มีตำแหน่งนี้ ในปีที่สามแห่งรัชศกฮั่นฮุ่ยตี้ เริ่มส่งยวี่สื่อไปตรวจตราซานฝู่ ภายหลังจึงตั้งเจียนฉายวี่สื่อประจำทุกมลฑล ครั้นถึงปีหยวนเฟิงศกแรกแห่งฮั่นอู่ตี้ เรียกตัวเจียนฉายวี่สื่อจากมลฑลต่างๆ กลับคืน มิได้ตั้งขึ้นอีก แล้วในปีหยวนเฟิงที่ห้าจึงตั้งปู้ชื่อสื่อขึ้น นี้คือจุดเริ่มต้นแห่งการตั้งตำแหน่งชื่อสื่อประจำมลฑล ชื่อสื่อมิได้ยุ่งเกี่ยวการทหาร-ปกครอง มีหน้าที่สอดส่อง จับผิด และตรวจตราเป็นหลัก ออกตรวจตราเขตมณฑล ใช้ “มาตรา 6 ประการ” ซักถามราชการ
