หากลิทงสามารถละทิ้งฐานที่มั่นในหลางหลิงได้ดังใจหมาย เขาก็คงไม่ต้องลังเลมาจนถึงบัดนี้
หลางหลิงมีชัยภูมิที่ตั้งอันดีเยี่ยม การคมนาคมสะดวก ควบคุมแดนจิงเซียงได้จากระยะไกล และอาศัยอว่านลั่วในระยะใกล้ ภูมิประเทศยังเอื้อต่อการป้องกันตน ทางตะวันตกเป็นเขตภูเขามากมาย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบกว้างใหญ่ อาณาเขตติดต่อสลับซับซ้อนกับอำเภอหยางอาน เป่ยอี๋ชุน และเซิ่นหยาง แท้จริงแล้วนับได้ว่าชัยภูมิดียิ่งโดยธรรมชาติ
ทว่าสิ่งที่ลิทงไม่ต้องการละทิ้งไม่ใช่ดินแดนแห่งนี้ หากแต่เป็นราษฎรที่พึ่งพิงเขา
ราษฎรที่พึ่งพิงเขาส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านร่วมท้องถิ่นและผู้คนรอบ ๆ หลางหลิง บัดนี้แม้เป็นยุคสมัยอลหม่าน ก็ยังยากจะละทิ้งถิ่นเดิม หากเขาตัดสินใจจากหลางหลิงไป ราษฎรเหล่านี้ก็ไม่แน่ว่าจะยอมตามเขาไปจากบ้านเกิดเมืองนอน เช่นนี้แล้วกำลังของเขาก็จะลดลงเป็นอันมาก
แม้ลิทงจะอายุยังน้อย ทว่ากลับมอง ‘ผู้คนเป็นรากฐานในยุควุ่นวาย’ ข้อนี้ได้อย่างแจ่มแจ้งยิ่งนัก
หากไม่มีราษฎรเหล่านี้หลายพันครัวเรือนที่ติดตามและพึ่งพิงเขา ต่อให้เขานำกำลังส่วนตัวและบริวารติดตามไปได้สักพันแปดร้อยคน ก็จะมีประโยชน์อันใด? ที่ว่า ‘คนมากย่อมมีกำลังมาก’ คนน้อยลง อำนาจก็ย่อมลดลง เมื่ออำนาจลดลงแล้ว เขาก็ยากที่จะได้รับความสนใจและการแต่งตั้งจากผู้อื่น
เพราะเหตุนี้ แม้ว่าท่วงท่าผู้อาวุโสของซุนอินจะทำให้เขารู้สึกสนิทสนมอย่างห้ามใจไม่ได้ เมื่อเกี่ยวข้องถึงผลประโยชน์มูลฐานของตน เขาก็จะมืดบอดไม่ได้
ซุนอินพักอยู่ที่หลางหลิงสองวัน ในที่สุดก็ตกลงกับลิทงได้ว่า เมื่อเตรียมการรบพร้อมแล้ว อย่างช้าภายในสี่ห้าวัน ลิทงจะประกาศสงครามต่อลิโป้ และในเวลาเดียวกัน ซุนเกี๊ยนจะเสนอชื่อให้เขาเป็นตูอวี่แห่งหลางหลิง มอบอำนาจเต็มในการบัญชาการรบและการปกครองพลเรือนของหลางหลิง
ลิทงวิตกว่า เมื่อประกาศสงครามกับลิโป้แล้ว อ้วนสุดอาจส่งทหารจากน่ำเอี๋ยงและกังเหี้ยมาโจมตี ซุนอินรับปากเขาว่า หากเกิดเหตุเช่นนี้ ทหารจากชีจิ๋วและอิจิ๋วจะเข้าช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน ไม่มีทางปล่อยปละละเลย เพราะหากหลางหลิงเสียที ก็จะนำพาแต่ความเสียหายมายังยีหลำ
