สามีเอกทั้งสองมองงูไร้ยางอายในอ้อมแขนของนาง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทีละคน
เจียงจือเซี่ยวางเด็กน้อยลงบนเก้าอี้นุ่ม แล้วนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเขาให้สบตากัน
“วันนี้เจอคนสองคนนั้นแล้ว นึกอะไรออกบ้างไหม?”
มู่หัวเย่เม้มริมฝีปาก ก้มตาคิดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ข้ารู้สึกไม่สบายใจมาก”
เขายกมือขึ้นชี้หน้าอกตัวเอง
“ตรงนี้ทรมานมาก เหมือนข้า…เหมือนเคยเจอพวกเขามาก่อน แต่กลับนึกไม่ออก”
เจียงจือเซี่ยเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเขา จึงไม่ซักถามต่อ
“นึกไม่ออกก็ช่างเถอะ อย่าคิดแล้ว”
ค่อยว่ากันหลังเอาเกล็ดกลับมาได้แล้ว
……
ห้องขังในเขตสภาทหารมีสภาพดีกว่าคุกใต้ดินมาก
มีทั้งเตียง โต๊ะ เก้าอี้ แถมยังมีหน้าต่างบานเล็กอีกบาน
แสงจากด้านนอกส่องลอดเข้ามา วาดเป็นสี่เหลี่ยมสว่างผืนเล็กบนพื้น
แต่เจียงเหลียนกลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
นางนั่งอยู่ริมเตียง บนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้ามีน้ำยาเสริมโภชนาการหลอดหนึ่งวางอยู่
ของเหลวสีฟ้าอ่อนในหลอดใสดูไม่น่ากินเอาเสียเลย
นางถูกขังอยู่ที่นี่ กระทั่งอาหารจากธรรมชาติก็ยังไม่จัดให้ มีแต่น้ำยาเสริมโภชนาการเท่านั้น!
ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ เหล่าทหารที่เฝ้านางดูเหมือนได้รับคำสั่งมาเป็นพิเศษ หากไม่จำเป็นก็ไม่แม้แต่จะชายตามองนาง!
นางกำหลอดน้ำยาเสริมโภชนาการไว้ พลางเรียกระบบในใจ “ระบบ ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เจ้าสังเกตไหมว่าคนพวกนี้…เหมือนกำลังหลบหน้าข้า?”
ผ่านไปหลายวินาที เสียงระบบที่ฟังดูหงุดหงิดจึงดังขึ้นจากส่วนลึกในจิตสำนึก
