มู่หัวเย่แทบคลั่งด้วยความโมโห
เขาแอบย่องกลับเข้ามาในห้องขององค์หญิง ตั้งใจว่าจะรอเจียงจือเซี่ยกลับมา แล้วได้อยู่กับนางต่ออีกสักพัก
เมื่อครู่เขาพยายามทบทวนความทรงจำอันสับสนวุ่นวายที่พลิกไปพลิกมาอยู่ในหัว ความไม่สบายใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มีเพียงเมื่ออยู่ข้างนางเท่านั้นที่เขาจะสงบใจลงได้บ้าง
แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ จะมีจิ้งจอกโผล่มาในห้องขององค์หญิงได้อย่างไร?!
แล้วจิ้งจอกตัวนั้นยังแปลงร่างได้อีก!
เป็นบุรุษเผ่าหมาจิ้งจอกที่มีพลังไม่ด้อยกว่าระดับ SS งั้นหรือ?!
สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ไม่เอื้อให้พลังจิตผันผวนรุนแรงอยู่แล้ว พอประมือกับบุรุษเผ่าหมาจิ้งจอกผู้นี้ได้ไม่กี่กระบวนท่า ก็ถูกอีกฝ่ายกดลงกับพื้นจนหมดสภาพ
ส่วนเหตุผลที่เขากลายร่างเป็นสัตว์แล้วถูกกดติดกำแพง ก็เพราะคิดจะหนีนั่นเอง
เผ่างูถนัดที่สุดคือการซ่อนตัวและหลบหนี ส่วนการหนีที่สะดวกที่สุดก็คือร่างสัตว์ แต่ทันทีที่เขาแปลงเป็นร่างสัตว์แล้วพุ่งออกไป ก็ถูกอีกฝ่ายฟาดฝ่ามือใส่จนกระแทกกำแพง
หนิงอี้ใช้มือบีบงูเหลือมสีเขียวเข้มตัวนั้น พลางหรี่ตาลง
เขาก้มลงดมอย่างละเอียด
บนตัวงูตัวนี้มีกลิ่นอายของหญิงจาง ๆ แผ่ออกมา
กลิ่นอายของเจียงจือเซี่ย
เขาสูดหายใจลึก แววตามืดหม่นพลุ่งพล่าน
เจียงจือเซี่ยเป็นคนใจร้ายไร้หัวใจจริง ๆ
หลายวันมานี้นางไม่มาหาเขาเลย เขาอยู่บนถนนลับด้วยความหวาดระแวง คอยกังวลว่านางจะถูกเจียงเหลียนทำร้ายหรือไม่ แต่นางกลับเลี้ยงดยุกเผ่างูผู้นี้จนทั่วทั้งตัวมีกลิ่นของนางไปหมด!
คนหนึ่งกับงูหนึ่งตัวจ้องประจันหน้ากันอยู่เช่นนั้น
