ฮือ!
พอหยางหมั่นชางพูดจบ ชาวบ้านที่มามุงดูก็พากันฮือฮาขึ้นมาทันที
“หยางหมั่นชางนี่มันเลวเกินไปแล้ว เพื่อหยางเจี้ยนจวินไอ้เนรคุณคนนั้น ถึงกับจะทำลายอนาคตของอาเซิง!”
“นั่นสิ หลายปีมานี้ คะแนนแรงงานส่วนใหญ่ของบ้านเขาก็ได้อาเซิงเป็นคนหามาแท้ ๆ แต่ผลคืออาเซิงได้กินน้อยที่สุด โดนด่ามากที่สุด
ตอนนี้อาเซิงเพิ่งจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก พ่อของเขายังออกมาขัดขวางอีก นี่เรียกว่าพ่อแท้ ๆ ได้หรือ?”
“หยางหมั่นชาง! คุณพูดเหลวไหลอะไรอยู่?”
หลิวกุ้ยหลานตื่นเต้นจนเสียงแหบพร่า
“งานเป็นของอาเซิง คุณมีสิทธิ์อะไรเอาไปแลกเปลี่ยน?”
“งั้นเนื้อหมาป่าในบ้านก็เป็นของฉันเหมือนกัน ไอ้เด็กนี่ก็ยังแบ่งให้คนอื่นไปโดยไม่ถามความเห็นฉันไม่ใช่หรือไง?”
พอหยางหมั่นชางพูดจบ สีหน้าของชาวบ้านรอบข้างก็พลันกระอักกระอ่วนขึ้นมา
หยางเทียนเซิงขมวดคิ้ว ก่อนมองหยางหมั่นชางอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “พ่อ หมาป่าสิบกว่าตัวนั่นอาจารย์ของผมเป็นคนลงมือฆ่า หนังหมาป่าพ่อก็เอาไปแล้ว ส่วนเนื้อที่เหลือ ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เป็นคนจัดสรร”
“แก…แกพูดบ้าอะไร! แกเป็นลูกฉัน ชีวิตแกก็เป็นของฉัน! เพราะงั้นไม่ว่าจะเนื้อหมาป่าหรืองานก็เป็นของฉันทั้งนั้น!” หยางหมั่นชางพูดอย่างเดือดดาล
หยางเทียนเซิงมองหยางหมั่นชางอย่างสงบนิ่ง “ใช่ ชีวิตผมเป็นสิ่งที่พ่อให้มา แต่…พ่อเลือกที่จะทิ้งมันไปแล้วไม่ใช่หรือ?
เมื่อวานซืนระหว่างทางกลับบ้าน พ่อทิ้งผมไว้ที่เนินผี ถ้าอาจารย์ไม่ช่วยผมไว้ ตอนนี้ผมคงแข็งตายอยู่ที่เนินผีไปแล้ว”
“สวรรค์! หยางหมั่นชางยังเป็นคนอยู่ไหม? อาเซิงเป็นเด็กดีขนาดนั้น เขายังทิ้งได้ลงคอ!”
