สวีฉางเล่อหิ้วม้วนลวดเหล็กเส้นเล็ก เดินลงเขาฝ่าหิมะหนา
เจ้าตัวเล็กนี่ฉลาดจริง ๆ
ไม่เพียงจมูกไว แต่ยังระแวดระวังสุด ๆ
แค่ได้กลิ่นสนิมเหล็กจาง ๆ มันก็ไม่ยอมมุดเข้าบ่วงง่าย ๆ แล้ว
ถ้าอยากจับเป็นโดยไม่ทำให้ขนเสียหาย ก็ใช้กับดักที่มีเหล็กไม่ได้
เมื่อสวีฉางเล่อกลับถึงบ้าน เซียวรั่วถังก็ทำอาหารเช้าเสร็จพอดี
แป้งข้าวโพดปั้นแผ่นย่างร้อน ๆ กินคู่กับหมูป่าตุ๋นผักกาดดอง
“ฉางเล่อ วันนี้กลับมาเร็วจัง?”
เซียวรั่วถังยื่นผ้าขนหนูให้
“เจอตัวแสบฉลาด ๆ เข้า วิธีเดิมเอาไม่อยู่”
สวีฉางเล่อรับผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า ก่อนกัดแผ่นแป้งย่างไปคำหนึ่ง
“กินเสร็จแล้วฉันจะแวะไปที่ทำการกองใหญ่ ยืมเครื่องมือช่างไม้มาสักหน่อย”
เซียวรั่วถังสงสัยขึ้นมา
“จะทำเฟอร์นิเจอร์เหรอ?”
สวีฉางเล่อยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่ทำเฟอร์นิเจอร์หรอก จะทำกล่องไว้เชิญแขกมากินข้าวต่างหาก”
หลังอาหารเช้า สวีฉางเล่อก็ตรงไปยังเพิงช่างไม้ของที่ทำการกองใหญ่
เจ้าหน้าที่จดแต้มที่ดูแลเครื่องมือรู้จักสวีฉางเล่อดี จึงยกกล่องเครื่องมือให้ยืมโดยไม่ถามอะไรสักคำ
สวีฉางเล่อหิ้วเลื่อย สิ่ว สว่านมือ และกบไสไม้กลับมายังลานบ้าน
เขาหาแผ่นไม้สนแผ่นหนึ่งจากโรงเก็บฟืน
เนื้อไม้แผ่นนี้แข็งและมีน้ำหนักมาก
สวีฉางเล่อนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุม เครื่องมือในมือเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เขาจะทำเรียกว่า “กล่องกับดักแรงโน้มถ่วงจับเป็น”
กับดักชนิดนี้จัดเป็นงานละเอียดในป่าลึก ใช้จับสัตว์ตัวเล็กที่มีขนมีค่าราคาแพงโดยเฉพาะ
โครงสร้างของกล่องทั้งใบออกแบบไว้อย่างแยบยล
สวีฉางเล่อไม่ได้ใช้ตะปูเหล็ก
รอยต่อและมุมทั้งหมดใช้โครงสร้างเดือยไม้ประกบเข้าด้วยกัน
เขาเจาะก้นกล่องให้กลวง เหลือเพียงแผ่นไม้รอบด้านที่มองเห็นจากภายนอก
ส่วนด้านบน เขาออกแบบให้มีแผ่นไม้หนาแผ่นหนึ่ง
แผ่นไม้วางอยู่ในร่องเลื่อนที่เตรียมไว้สองข้าง เมื่อไม่มีสิ่งค้ำยัน มันก็จะเลื่อนตกลงมาตามร่อง
