“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”
ได้ฟังคำอธิบายของเหยียนจิ่วซี ซูโม่ถึงเข้าใจว่าเหตุใดเหยียนจิ่วซีถึงไม่อยากไปร้านชิปิ่นเซวียน ที่แท้แม่สาวน้อยนี่ก็เปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองแล้วนี่เอง
มิน่าล่ะ
แม่นางนี่ช่างจิตใจดีเกินไปแล้ว!
เพื่อให้เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยมีที่กินข้าวดี ๆ ถึงกับยอมควักกระเป๋าเปิดร้านอาหารเอง คงหาสาวน่ารักขนาดนี้คนที่สองในใต้หล้าไม่ได้อีกแล้ว
เหยียนจิ่วซีแลบลิ้นเล็ก ๆ ด้วยความรู้สึกผิด เอ่ยเสียงเบาว่า “ฉันนึกว่านายจะตำหนิที่ฉันใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเสียอีก ถึงได้ไม่กล้าบอกเรื่องนี้มาตลอด”
“เสี่ยวซี คิดอะไรน่ะ”
ซูโม่อดไม่ได้ที่จะตบหัวเล็ก ๆ ของเหยียนจิ่วซีเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู “อยากทำอะไรก็ทำไปเลย ขอให้เธอมีความสุข ฉันก็สนับสนุนทั้งนั้น จะไปโทษเธอได้ยังไงกัน”
“อีกอย่าง สามีของเธอน่ะเห็นเงินเป็นดังขี้ธุลีมาตลอด ขอแค่ให้เมียรักมีความสุข จะใช้เงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม”
คำพูดนี้ทำให้เหยียนจิ่วซีเผยรอยยิ้มหวานละไม ดึงซูโม่ขึ้นไปชั้นสองทันที
ต้องบอกว่าเจ้าของร้านกับลูกค้านี่ต่างกันจริง ๆ
สองคนเพิ่งนั่งลงไม่กี่นาที ก็มีพนักงานยกกับข้าวหกอย่างและซุปทะเลหนึ่งถ้วยมาเสิร์ฟ บริการดี๊ดีเป็นบ้าเลย!
ซูโม่ไม่เกรงใจ ตอนเช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย เจออาหารหอมฉุยเต็มโต๊ะก็สวมวิญญาณนักกินทันที
กินอิ่มหนำสำราญแล้ว เขากับเหยียนจิ่วซีก็กลับมหาวิทยาลัย
