“สิบ!”
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องหายวับไปในพริบตา
ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงดังก้องเสียดฟ้า
“ตูม!”
หอคอยตี้ตูเอียงฮวบไปทางเหนืออย่างแรง แล้วก็โย้กลับมาทางใต้อีกรอบ ก่อนจะซัดกลับไปทางเหนืออีก...
จะว่าไงดีล่ะ
ตอนนี้หอคอยตี้ตูเป็นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ที่โดนคนผลักเข้าให้ แล้วเริ่มแกว่งไปมา!
ระหว่างนั้นก็มีเศษไม้และก้อนหินร่วงหล่นลงมาเป็นระยะ ๆ
ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ คนที่ดูอยู่ห่าง ๆ หรือแม้แต่ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสด
หัวใจของทุกคนเต้นระส่ำขึ้นลง หวาดเสียวซะยิ่งกว่านั่งรถไฟเหาะหรือเล่นชิงช้าหมุนเหวี่ยงซะอีก
ทุกครั้งที่หอคอยตี้ตูเอียงไปที พื้นดินก็สะเทือนสั่นสะท้านรุนแรงตามมา
ประชาชนที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ ยังรู้สึกว่าตัวเองยืนแทบไม่อยู่
แม้แต่กล้องถ่ายรูปยังโยกตาม จึงทำให้ภาพในห้องถ่ายทอดสดสั่นไหวรุนแรงมาก
ในห้องถ่ายทอดสด ชาวเน็ตระเบิดอารมณ์กันสนั่นหวั่นไหว
“จบแล้ว จบแล้ว คราวนี้จบเห่จริง ๆ ด้วย!”
“นี่มันแผ่นดินไหวชัด ๆ เลยนะ!”
“เฮียตากล้อง เลิกส่ายได้แล้วมั้ย? ผมอยากดูว่าหอคอยตี้ตูเป็นไงบ้าง...”
“เชี่ย หอคอยตี้ตูจะไม่ถล่มลงมาใช่มั้ย?”
...
การสั่นสะเทือนดำเนินอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
พอหยุดสั่น ตากล้องก็รีบพุ่งเลนส์ไปที่หอคอยตี้ตูทันที
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดก็พบเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างหนึ่งในบัดดล
“นี่ฉันไม่ได้หูแว่วไปใช่มั้ย?”
“เฮ้ย พวกนายเห็นหรือเปล่า หอคอยตี้ตูเหมือนจะไม่เอียงแล้วนะ?”
“หอคอยตี้ตูไม่เอียงแล้วเหรอ? หรือตาผมเสียเอง?”
“โคตรเจ๋ง! ปฏิบัติการคราวนี้มันอภิมหาเทพชัด ๆ !”
