"นายนี่สุดยอดกว่า!"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำชมของเหยียนจิ่วซี ซูโมก็ก้มหน้าลงอย่างช้า ๆ การได้รับคำชมจากหญิงสาวที่สวยดั่งนางฟ้าทำให้เขาทำตัวไม่ถูกไปบ้าง
"เสี่ยวโม่ ถ้านายรักษาผลการเรียนแบบนี้ได้ตลอดล่ะก็ เราก็จะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้นะ" เหยียนจิ่วซีเม้มปากยิ้ม แค่คิดถึงเรื่องนี้ใจเธอก็เหมือนได้กินน้ำผึ้งแล้ว
"ผมจะพยายามเต็มที่แน่นอน!" ซูโม่ทำหน้าจริงจังอย่างถึงที่สุด นี่คือสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้
"สู้ ๆ นะ!"
ตอนที่คบกันแรก ๆ ทั้งสองคนได้ตกลงกันไว้แล้วว่า ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันไม่ได้ ต่อให้เป็นรักระยะไกลก็จะรักษาความรู้สึกนี้เอาไว้ แต่เหยียนจิ่วซีไม่เคยคาดคิดเลยว่าซูโม่จะให้ของขวัญครั้งใหญ่กับเธอถึงเพียงนี้ เกรดของเขาพุ่งขึ้นจากระดับกลาง ๆ ของรุ่น มาเป็นอันดับสองของรุ่นได้ ทุกอย่างมันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"สบายใจได้ พี่นี่สบายมาก!"
"ไปไกล ๆ เลย นายเด็กกว่าฉันตั้งเดือนนึง..."
ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทางเดินเล็ก ๆ ที่ร่มเงาต้นไม้ปกคลุม ช่วงเวลาบันทึกความงดงามของวินาทีนี้ไว้
……
"กริ๊งงงง—" เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น
ซูโม่กำลังจะเดินออกไป ก็โดนไอ้อ้วนหวังรั้งตัวไว้ "พี่โม่ จะไปไหนน่ะ? เดี๋ยวก็แข่งบาสกับห้องหนึ่งแล้วนะ ถ้านายไป พวกเราก็หมดท่าแน่!"
"ถ้านายไม่พูด ฉันก็ลืมไปเลยจริง ๆ" ซูโม่เกาหัว หัวเราะแหะ ๆ อย่างเขิน ๆ ตอนนี้สมองเขามีแต่ภาพของเหยียนจิ่วซี เรื่องแข่งบาสนี่ลืมไปสนิทแล้ว
"พี่โม่ โค้กก็กินไปแล้วนะ จะมาเบี้ยวไม่ได้นะ!" ไอ้อ้วนหวังทำหน้าจ๋อย มองซูโม่อย่างอ้อนวอน
"ไสหัวไป ฉันใช่คนแบบนั้นหรือไง?"
ซูโม่ด่าอย่างขำ ๆ เลิกคิ้วให้ไอ้อ้วนหวัง "ไปกันเลย"
"เอาล่ะสิ พี่โม่เชิญก่อนเลย"
มาถึงสนามบาส ตอนนี้คนของห้องหนึ่งก็พร้อมหน้าครบแล้ว
หัวหน้าห้องหนึ่งคือจางต้าเหว่ย เขาคือผู้หมายปองเหยียนจิ่วซีตัวจริง แต่พอรู้ว่าเหยียนจิ่วซีคบกับซูโม่ เขาก็มองพวกห้องสามขวางลูกตาไปเสียหมด
ได้ยินว่าซูโม่เล่นบาสเก่งที่สุดในห้องสาม จางต้าเหว่ยเลยเป็นหัวหอกไปท้าทายแข่งกับห้องสาม จุดประสงค์ก็ง่ายมาก คือต้องการเอาชนะซูโม่ในเรื่องที่เขาถนัดที่สุด กล้าไปยุ่งกับผู้หญิงที่เขาชอบ ให้อภัยไม่ได้โดยสิ้นเชิง!
จินตนาการน่ะสวยหรู แต่ความจริงนั้น...
"พี่โม่ พี่อวี่ ในที่สุดพวกนายก็มา" จ้าวหยางเดินมาต้อนรับ
แข่งบาสครั้งนี้ยังมีหวังเจี้ยนกับหลี่ซั่วจากห้องสามอีก สามคนนี้สนิทกับซูโม่และไอ้อ้วนหวังดี เวลาว่างก็มักมาเล่นบาสด้วยกันบ่อย ๆ ก็เลยสนิทสนม คุยกันได้ตามสบาย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกัน ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"พวกขยะห้องสาม พร้อมที่จะนับหนึ่งยอมแพ้หรือยังวะ?" จางต้าเหว่ยยืนวางท่ายียวนใส่ซูโม่และพวก หน้าตานั่นบรรยายได้แค่สองคำ—น่าต่อย!
ถ้าซูโม่ไม่ดึงไอ้อ้วนหวังเอาไว้ ป่านนี้ไอ้อ้วนหวังก็พุ่งเข้าใส่ไปแล้ว
"ทำไม? อยากต่อยฉันหรือไง?"
แววตาจางต้าเหว่ยเต็มไปด้วยความดูถูก เยาะเย้ยไอ้อ้วนหวังว่า "นายรู้หรือเปล่าว่าพ่อฉันเป็นใคร? พ่อฉันเป็นสปอนเซอร์ให้โรงเรียนนะ ถ้านายกล้าแตะต้องฉันแค่ปลายเล็บ ก็รอโดนไล่ออกได้เลย!"
"ฟืบ—"
ซูโม่กลั้นไม่ไหว หันหน้าหนีแล้วหัวเราะออกมา ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าทำไมจางต้าเหว่ยถึงกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ถึงตอนนี้ก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ที่แท้ไอ้นี่มันก็แค่พวกเส้นใหญ่!
"มึงหัวเราะอะไร?"
จางต้าเหว่ยมองซูโม่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี การแข่งวันนี้ก็เพื่อสั่งสอนซูโม่โดยเฉพาะ นึกไม่ถึงว่าซูโม่จะกล้าหัวเราะเยาะตัวเองอีก หมอนี่เลยไม่พอใจอย่างแรง
"อย่าพล่ามเยอะ เอาหรือไม่เอา?" ซูโม่ยักไหล่ เขาขี้เกียจจะถือสากับคนอย่างจางต้าเหว่ย
"แน่นอนว่าเอาสิ ห้าสิบแต้ม ใครทำได้ห้าสิบแต้มก่อนถือว่าชนะ!"
"ตกลง"
กับกติกานี้ ทุกคนไม่มีใครค้าน
การแข่งขันเริ่มขึ้น
จางต้าเหว่ยถือลูกเป็นคนแรก ท่วงท่าเลี้ยงบอลคล่องแคล่วดี ผ่านจ้าวหยางไปอย่างง่ายดาย พริบตาก็ประชิดเส้นโยนโทษ ขณะกำลังจะชู้ต จู่ ๆ ลูกในมือก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
มองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง จางต้าเหว่ยยืนตะลึงอยู่กับที่
ลูกไปไหน?
ก็ไปอยู่ในมือซูโม่ไง!
เมื่อครู่ตอนที่จางต้าเหว่ยเลี้ยงบอล ซูโม่ก็ตามติดอยู่ข้างหลังตลอด จังหวะที่จางต้าเหว่ยเผลอ ก็เข้าไปตัดบอลมาได้ทันที วิ่งเลี้ยงลูกรวดเร็วปานสายฟ้าข้ามเส้นกลางสนาม หยุดที่ระยะห่างจากเส้นสามแต้มประมาณหนึ่งเมตร กระโดดชู้ต!
"ฉัวะ!" ลูกพุ่งลงห่วงแบบไร้เสียงแตะขอบ
พอหันศีรษะมา จางต้าเหว่ยก็เห็นภาพนี้พอดี โมโหจนกัดฟันกรอด ตั้งใจว่าจะข่มซูโม่ให้ได้ก่อน แต่นึกไม่ถึงว่าจะโดนซูโม่ยิงสามแต้มนำไปก่อน โกรธจนรู้สึกเสียหน้า หันไประบายอารมณ์ใส่นักเรียนอีกสี่คนของห้องหนึ่ง
"พวกมึงมันไอ้ไร้ประโยชน์นี่หว่า? ไม่รู้จักป้องกันไอ้หมอนี่หน่อยหรือไง? ไอ้พวกเพื่อนหมูนี่จริง ๆ!"
เรื่องนี้ นักเรียนอีกสี่คนของห้องหนึ่งได้แต่กล้ำกลืน ไม่กล้าพูด ได้แต่ปล่อยให้พ่อเขารวยอยู่นั่นแหละ!
แข่งต่อ
"รับหน่อย พี่โม่"
ซูโม่เผชิญหน้ากับการป้องกันสองคนจากห้องหนึ่ง แสดงเทคนิคการเลี้ยงบอลที่ว่องไว ผ่านแนวรับสองคนได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามเลย พาบอลมาที่นอกเส้นสามแต้ม แล้วชู้ตอีกครั้ง!
"ฉัวะ!"
ลูกพุ่งลงห่วงแบบไร้เสียงแตะขอบอีกลูก ทำเอาพวกห้องหนึ่งมองเหม่อ แม้แต่จางต้าเหว่ยก็ตาม
เมื่อไหร่ลูกสามแต้มมันจะง่ายปานนี้?
โชคดีไปแล้วมั้ง!
"พี่โม่ วันนี้มือร้อนดีนี่!" ไอ้อ้วนหวังวิ่งมาที่ข้างตัวซูโม่ รอยยิ้มบนใบหน้าอวบ ๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ปกติอัตราลูกสามแต้มเข้าของซูโม่ไม่ได้สูงมากเลยนะ ทำไมวันนี้ถึงเป็นเหมือนผีเข้าล่ะ?
ยิงสามแต้มเข้าไปสองลูกติด ๆ ที่สำคัญยังเป็นลูกไร้เสียงแตะขอบอีก ทั้งเด็ดขาดทั้งเฉียบคม!
ไอ้อ้วนหวังได้แต่โยนความดีความชอบทั้งหมดนี่ไปเป็นเพราะซูโม่จับมือได้แม่นมาก นอกจากนี้มันก็คิดหาเหตุผลอื่นมารองรับไม่ได้แล้วจริง ๆ
"ก็งั้น ๆ แหละ"
ซูโม่ยิ้มจืดจาง ความจริงแล้ว เหตุผลที่เขายิงสามแต้มเข้าได้สองลูกติด ๆ ไม่ใช่เพราะมือดี แต่เป็นเพราะเขาคิดคำนวณการชู้ตในสมองให้กลายเป็นสูตรคณิตศาสตร์ คำนวณพวกมุม แรงพวกนี้ได้อย่างแม่นยำ ประกอบกับทักษะบาสของเขาก็ดีอยู่แล้ว ก็เลยเกิดผลลัพธ์แบบนี้ขึ้นมา
ความรู้คือพลัง!
ซูโม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้แล้วในที่สุด มันทำให้เขาต้องทึ่งว่าโลกของพวกเทพวิชาการนี่มันบ้าบอจริง ๆ แค่เล่นบาสยังเล่นได้เป็นร้อยเล่มเกวียน อะไรจะร้ายกาจปานนี้!
ต่อจากนี้ ก็คือโชว์เดี่ยวของซูโม่
"ฉัวะ!"
"ฉัวะ!"
……
สิบนาทีต่อมา
"นี่มันไม่แฟร์ นายโกงนี่หว่า!" จางต้าเหว่ยตะโกนด้วยความหัวเสีย มองซูโม่ด้วยแววตาเหมือนอยากจะเขมือบเขาทั้งเป็น
ซัดสามแต้มไปรวดเดียวสิบเจ็ดลูก ต่อให้เป็นดารา NBA มา ก็คงไม่ทำอะไรแบบนี้ได้กระมัง?
แล้วจะเล่นยังไง?
นี่ถ้าไม่โกงแล้วคืออะไร?
พวกห้องหนึ่งได้ยินแบบนี้ ต่างก็ก้มหน้าหนีด้วยความละอาย จางต้าเหว่ยไม่อาย แต่พวกเขาไม่อยากขายหน้าขนาดนั้นนี่!
แพ้ก็คือแพ้ นี่ไม่ใช่เล่นเกม จะได้มีโปรแกรมช่วยโกง อันนี้มันแข่งบาสนะเว้ย!
โกง?
มั่วทั้งเพ!
"แพ้แล้วไม่ยอมรับสินะ?"
ไอ้อ้วนหวังหัวเราะเยาะออกมา แววตาที่มองอย่างกับมองคนสติไม่ดีนั่น ทำให้จางต้าเหว่ยโกรธจนตาแดงก่ำ โมโหแล้วเสียหน้าเลยตะคอกว่า "เรื่องนี้ยังไม่จบ พวกมึงรอดูไปเถอะ"
พูดจบ จางต้าเหว่ยก็หันหลังเดินจากไป คนอื่นของห้องหนึ่งเห็นดังนั้น ก็พากันเผ่นตามไปด้วย แข่งนัดนี้แพ้ยับเกินไป จะอยู่ต่อก็ไม่มีหน้าพอแล้ว
"พี่โม่ สุดยอดไปเลย!"
ทุกคนมองซูโม่ด้วยสายตาที่ร้อนแรง ในแววตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ พวกเขาคิดไว้ว่าจะต้องเป็นการแข่งที่ดุเดือด แต่นึกไม่ถึงว่าจะชนะง่ายแบบนี้
ที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือไอ้อ้วนหวัง มันหมั่นไส้จางต้าเหว่ยมานานแล้ว วันนี้ได้สั่งสอนมันก็หนำใจบ้าง อารมณ์ดีจนจะดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ดึงแขนซูโม่ไว้ด้วยความดีใจ "พี่โม่ นายโดนเทพแห่งบาสสิงร่างหรือไง?"
"อะไรเทพสิงร่าง?"
ซูโม่ทำท่าหลงตัวเอง "พี่น่ะเป็นเทพแห่งบาสมานานแล้วเว้ย!"
……
ช่วงหนึ่งหลังจากนั้น ซูโม่ชอบดึงเหยียนจิ่วซีไปที่ห้องสมุด และไปแต่ละทีก็อยู่ได้ทั้งวัน
เหยียนจิ่วซีคิดว่าความกระตือรือร้นในการเรียนของตัวเองนั้นไม่น้อยหน้าใคร แต่พอเห็นซูโม่ที่กำลังคึกคัก ก็อดไม่ได้ที่จะย้อนถามตัวเองว่า "ฉันผ่อนคลายเกินไปหรือเปล่านะ?"
อีกอย่างหนึ่งที่เหยียนจิ่วซีสงสัยอย่างมาก ก็คือวิธีอ่านหนังสือของซูโม่ หนังสือหนึ่งเล่มใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็พลิกดูจนจบ แล้วก็หยิบเล่มต่อไปทันที เป็นอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา
แบบนี้มันได้ผลจริงหรือ?
แน่นอนว่าได้ผล!
แต่ว่า วิธีนี้มีประโยชน์กับซูโม่เพียงคนเดียว เพราะอย่างไรเสีย เขาก็มีทักษะจำได้หลังเห็นเพียงครั้งเดียว!
ใช้เวลาครึ่งเดือน ซูโม่ก็อ่านหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดโรงเรียนจนหมดแล้ว ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้คนตกอกตกใจตายไปกี่คน
นั่นมันหนังสือตั้งหลายพันเล่มนะ!
หนังสือที่คนปกติทั่วไปทั้งชีวิตก็อ่านไม่หมด แต่ซูโม่ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนก็อ่านจบ และไม่ใช่แค่อ่านจบ เนื้อหาหนังสือหลายพันเล่มนี้ ยังถูกบันทึกเอาไว้ในสมองของเขาอย่างชัดเจน
นี่แหละ คือจำได้หลังเห็นเพียงครั้งเดียว!
ของออกจากระบบ ต้องเป็นของดีแน่นอน!
ชีวิตการเรียนของชั้น ม.6 นั้นเคร่งเครียดมาก แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่รวมถึงซูโม่
สาย?
ไม่เป็นไร!
ขนาดครูประจำชั้นอย่างหลิ่วอวี้ยังว่าอะไร ครูท่านอื่นก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรเช่นกัน
ผลการเรียนดีนี่มันทำอะไรตามใจได้จริงหรือ?
แน่นอน!