เยี่ยมู่มู่ตื่นขึ้นมากลางดึก นางนอนบนโซฟาในห้องพ่อแม่ หมอนอิงเปียกชื้นเป็นหย่อม
นางคิดถึงพวกเขายิ่งนัก ถึงกับร่ำไห้ในห้วงนิทรา
ตีสองครึ่ง ไฟชั้นล่างห้องรับแขกยังสว่าง
เพียงแต่ใต้แจกันมีกระดาษสีเหลืองเพิ่มขึ้นหลายแผ่น
อ๊ะ!
แจกันเทพ่นขยะใส่บ้านอีกแล้ว!
โทสะพลุ่งขึ้นมาเป็นฟืนเป็นไฟ นางเดินไปถึงห้องรับแขกชั้นหนึ่ง เก็บกระดาษสีเหลืองที่เปื้อนฝุ่นเต็มแผ่นขึ้นมา
ตัวอักษรเป็นอักษรตัวเต็ม เขียนในแนวตั้ง
คล้ายใช้ขี้เถ้าเตาเขียน หมึกจางเป็นช่วงๆ ไม่ต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่อักษร บัดนี้ยืดยาวเต็มหน้ากระดาษ ลายมือคมกริบ หวัดป่ายดุจเดียวกับอักษรหญ้า
รวมแล้วสี่แผ่น นางไม่รู้เขียนอะไร
ใช้โทรศัพท์ถ่ายแล้วแปลด้วยโปรแกรม ถึงเห็นชัดว่าเป็นคำสวดวิงวอน:
ศักราชต้าฉีปีสาม ต้นรัชกาล ทัพสกุลจ้านรักษาด่านชายแดน อนารยชนสามแสนล้อมเมืองตั้งด่านเป็นเมืองมรณะ
ทหารยี่สิบหมื่น สังเวยศึกเหลือเพียงสองหมื่น
เมืองตั้งด่านแห้งแล้งหนัก วารีและพืชหญ้าแห้งเหือด
ราษฎรไม่มีผลผลิตเก็บกิน เปลือกหญ้าและต้นไม้กินหมด
ชาวเมืองสองแสน ล้มตายจนนับไม่ถ้วน คงเหลือแปดหมื่นที่ลมหายใจรวยริน
คนที่เขียนคำวิงวอน เรียกนางว่าเทพธิดา
วิงวอนนางประทานวารีและอาหาร หนิงกวนโหวขั้นหนึ่งยอมพลีชีพทดแทน
ชาวเมืองทั้งสิ้นจะสร้างเทวาลัยถวาย สักการะด้วยธูปเทียนไปชั่วลูกหลาน
กระดาษอีกสองแผ่น เขียนเรื่องราวสองเรื่อง
บิดาผู้โหดเหี้ยม เอาบุตรชายในไส้ไปแลกเปลี่ยน
อีกเรื่องหนึ่ง ยายใช้โลหิตตนเองเลี้ยงหลานสาว สะสมรากหญ้าไว้หลายวันนำไปให้หนิงกวนโหว เพียงขอมิให้หลานสาวตกเป็นเสบียงของผู้อื่น
น่าสังเวช!
สุดแท้จะเห็นแก่ตา!
เช่นนั้น ขยะพวกนี้… จดหมายส่งมาจากต้าฉีศักราชที่สามต้นรัชกาล?
แต่ว่าในหนังสือประวัติศาสตร์แผ่นดินมิได้มีราชวงศ์นี้
แจกันตกทอดประจำตระกูลนางรับแต่ขยะโบราณ!
เพื่อยืนยันความถูกต้องของข่าวสาร เยี่ยมู่มู่เร่งขึ้นไปชั้นบนในห้องหนังสือของบิดา
หยิบกระดาษ A4 สองปึก น้ำหมึกสองขวด ปากกาหมึกซึมสองด้าม พู่กันสี่ด้าม… หอบลงไปชั้นล่าง
นางใช้โทรศัพท์พิมพ์ตอบกลับก่อน แล้วแปลงเป็นอักษรตัวเต็ม
ปากกาหมึกซึมเขียนตามอักษรตัวเต็ม
บิดาให้นางฝึกคัดตัวอักษรตั้งแต่เยาว์ นางฝึกฝนอักษรโซ่วจินมาสิบปี ตัวหนังสือไม่อัปลักษณ์นัก
“ท่านผู้อ่าน ข้ามิใช่เทพธิดา ข้านามเยี่ยมู่มู่ เป็นสตรีธรรมดาผู้หนึ่ง”
“ผ้าพันแผลเปื้อนเลือด ปลายมีดเปื้อนเลือดที่ปรากฏในบ้านข้า ล้วนเป็นของท่าน? ได้โปรดอย่าพ่นขยะเข้าบ้านข้าอีกเลย ลำบากแก่การทำความสะอาดยิ่ง”
เยี่ยมู่มู่ตรึกตรองแล้ว เขียนต่อว่า “ท่านว่าเมืองตั้งด่านขาดน้ำขาดเสบียง ยามนี้ขาดสิ่งใดหนักหนาสุด?”
หนึ่งคนเลี้ยงดูคนนับแสน ช่างยากลำบาก
แต่ช่วยเหลือพอเท่าที่กำลังจะเอื้อมถึงก็ยังพอได้
เขียนแล้ว สำหรับเรื่องแจกันในบ้านนางเชื่อมสองภพ ยังรู้สึกเหลือเชื่อ
นางครึ่งเชื่อครึ่งระแวง โยนน้ำหมึก กระดาษ A4 ปากกาหมึกซึม พู่กันลงในแจกัน
สุดท้ายโยนจดหมายตอบกลับ
นางเฝ้ามองวัตถุในแจกันหายไปด้วยความพิศวง
*
ตุบ เสียงทึบดังขึ้นฉับพลัน
จ้านเฉิงอินพลิกกายลุกจากเตียง เขาเฝ้ารอคอยช้านาน
กลางดึก เขาพลิกไปพลิกมา มิเป็นอันหลับใหล นึกว่าตนละโมภเกินไป ทำให้เทพธิดาขัดเคือง
บัดนี้ ในที่สุดเทพธิดาก็ส่งข่าวมา
เขาสวมเสื้อ จุดเทียน
มองเห็นกระดาษหนาสองปึกบนโต๊ะ
เขาดึงออกมาแผ่นหนึ่ง กระดาษตัดเรียบ ขาวบริสุทธิ์ดั่งใหม่ ถึงขั้นกลางคืนยังสะท้อนแสง
ขวดแก้วสีดำเตี้ยสองขวด ระบุหมึก
คือหมึกที่เทพธิดาทรงใช้
พู่กันสี่ด้าม ปากกาหมึกซึมด้ามเรียวเล็กกลิ้งลงมา
ในที่สุด เขาได้เห็นจดหมายตอบจากเทพธิดา
มองดูอักษรข้างบน พลังหนักแน่น ปลายพู่กันดุจคมดาบ
เขาพินิจอ่านจดหมาย สีหน้าตื่นเต้น นิ้วมือสั่นระริก!
เทพธิดาทรงเห็นคำวิงวอนของเขาแล้ว!
นามนางเยี่ยมู่มู่ ปฏิเสธว่าเป็นเทพ ยังว่าในโลกนี้ไร้เทพธิดา
หาไม่
นางคือเทพ!
นางคือเทพของเขา!
ใต้หล้าแห้งแล้ง ราษฎรยากไร้ มิใช่เพียงแคว้นต้าฉี หลายแคว้นโดยรอบอุณหภูมิก็ร้อนระอุ ผู้คนล้มตายนับไม่ถ้วน
มีเพียงเทพของเขาเท่านั้นที่สดับฟังคำสวด ขับไล่มาร พิทักษ์สหาย!
แววตาเขาจับอยู่สองประโยคท้าย
เทพถามเขาว่า สิ่งใดขาดแคลนที่สุด?
แสดงว่าเทพยินยอมช่วยเหลือเขา ยินดีกอบกู้ทหารและราษฎรสิบหมื่นเมืองตั้งด่าน!
ฉับพลัน แม่ทัพใหญ่ผู้สังหารศัตรูนับไม่ถ้วนหน้ากองทัพ ยับยั้งไว้มิอยู่ น้ำตาร่วงหล่น กระแทกลงบนจดหมาย
เขาน้ำตาไหลด้วยความปรีดีเปรมปรา
ชาวเมืองตั้งด่านสิบหมื่น ได้รับการช่วยเหลือแล้ว!
เทพธิดาทรงรับปากจะช่วยเหลือพวกเขา!
เขาหยิบพู่กันขึ้นมา วางกระดาษขาวบนโต๊ะแผ่เรียบ เปิดขวดน้ำหมึก พู่กันจุ่มหมึกอย่างแผ่วเบา
หอมยิ่งนัก
กลิ่นหมึกนี้หอมฟุ้งกระจาย ผิดกับหมึกที่ฝนจากจานฝนหมึก
เขาจรดปากกาเขียนจดหมาย ว่ายามนี้เมืองตั้งด่านขาดน้ำและเสบียงที่สุด
หากมีน้ำ สามารถช่วยเหลือราษฎรนับหมื่นในเมืองได้
หากมีเสบียง จะไม่เกิดภาพคนกินคน
เขาหวังให้ทุกคนรอดชีวิต!
*
เยี่ยมู่มู่ได้รับจดหมายตอบ ครานี้ไม่ต้องใช้โทรศัพท์แปลก็เข้าใจแล้ว
ขาดน้ำและเสบียง
ต้องเลี้ยงคนสิบหมื่น
นางต่อให้เป็นทายาทร่ำรวย ก็เลี้ยงดูคนมากมายเช่นนี้ไม่ได้
บิดามารดาแม้จะทิ้งมรดกมหาศาลให้นาง แต่ส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์
เงินสดจ่ายค่าภาษีมรดกหมดแล้ว
เงินสดในบัญชีสามล้านกว่า เป็นค่าเช่าที่เพิ่งรับมาจากตึกสองหลังกับห้องแถวอีกไม่กี่ห้อง
เงินปันผลบริษัทสิ้นปีถึงจะเข้าบัญชี!
“สิบหมื่นคน เสบียงไม่ใช่จำนวนน้อย ค่าใช้จ่ายไม่เบา ข้าต้องระดมทุนสองสามวัน”
“เจ้าหาสระใหญ่ๆ สักแห่ง ช่วยตักน้ำให้ว่าง พรุ่งนี้เริ่มส่งน้ำ!”
นางไปห้องหนังสือขนเครื่องพิมพ์มา แปลงตัวอักษรในโทรศัพท์เป็นอักษรตัวเต็ม พิมพ์ออกมา
โยนลงในแจกัน
*
จ้านเฉิงอินได้รับจดหมายจากนาง เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรอีกครั้ง
ตัวอักษรของเทพธิดาช่างเป็นระเบียบ ดุจดังตราแกะสลัก!
เทพบอกว่า นางจะประทานวารีและอาหาร พรุ่งนี้เริ่มส่งน้ำ!
ดีเหลือเกิน
พวกเขามีน้ำดื่มแล้ว!
ทุกคนรักษาชีวิตไว้ได้แล้ว!
ดวงตาจ้านเฉิงอินชุ่มชื้น คุกเข่าทั้งสอง ลำหลังตรงดั่งสนและไซเปรส เขาโขกศีรษะต่อหน้าแจกันหนักหน่วงสามครั้ง
“ขอบคุณเทพธิดา ช่วยชีวิตราษฎรจากความทุกข์เข็ญ!”
“เฉิงอินขออาสาสร้างเทวาลัยถวายเทพธิดา!”
เขาลุกขึ้น ปลุกเถียนฉินและสวี่หมิงผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นมา สั่งผู้คนไปจัดการบ่อน้ำทันที
ไปหาไม้ไผ่ต่อน้ำ หากไม่มี หาไหดินเผาก็ได้
เถียนฉินและสวี่หมิงได้ยินแม่ทัพบอกให้จัดการบ่อน้ำ แววตาพลันสว่างวาบ
พวกเขาร่ำไห้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
สำเร็จแล้ว!
แม่ทัพวิงวอนเทพธิดาประทานวารี สำเร็จแล้ว!
มีน้ำ พวกพ้องก็มีทางรอดแล้ว
*
ยามนี้เยี่ยมู่มู่มิได้ง่วงงุนเลย ใช้โทรศัพท์สั่งซื้อของออนไลน์
นางสั่งซาลาเปาขนมเปี๊ยะห้าหมื่นชิ้น ร้านออนไลน์ให้ราคาส่ง 0.7 หยวนต่อชิ้น
รวมเป็นเงิน: สามแสนห้าหมื่น
ซื้อขนมเปี๊ยะต้นหอมห้าหมื่นชิ้น ต่อราคาลงมาที่ 15 หยวน 50 ชิ้น
รวมเป็นเงิน: หนึ่งแสนห้าหมื่น
ยังสั่งเส้นบะหมี่ 100 ลัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 100 ลัง ผักแห้ง 100 ลัง มีเห็ดหอมแห้ง หน่อไม้แห้ง เห็ดหูหนูขาวแห้ง…
สั่งที่โรงค้าข้าวใหญ่ที่สุดในเมือง ข้าวสารบรรจุถุงร้อยชั่ง 2,000 ถุง
แป้งสาลีบรรจุถุงห้าสิบชั่ง 500 ถุง
ซื้อน้ำมัน 100 ถัง เกลือ 100 ลัง ผักดอง 100 ลัง
กว้านซื้อเนื้อหมู ไก่ เป็ด ห่าน ในตลาดผักใกล้เคียงจนหมดเกลี้ยง
ยังซื้อเนื้อหมักแห้งหนึ่งพันชั่ง ไส้กรอกแห้ง ซี่โครงหมูหมักแห้ง…
ลงที่อยู่เป็นโกดังเก่าของบิดา
นางยังใช้เหม่ยถวนพรีออเดอร์ซาลาเปา ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาดอกไม้ ขนมเปี๊ยะไส้ผักดองแห้ง หมั่นโถวสอดไส้… แต่ละร้านสั่งตามจำนวนสูงสุดคือ 100 ที่
ส่งที่อยู่คฤหาสน์
นางใช้เงินไปทั้งหมดหนึ่งล้านแปดแสนกว่าหยวน
เสบียงพวกนี้คนหนึ่งแสนคนกินได้ประมาณสิบกว่าวัน
ตามวิธีกินประหยัดของคนโบราณ อาจอยู่ได้ยี่สิบวัน!
คลังสมบัติเล็กของนางหมดไปเกินครึ่ง ฝืดเคืองเลี้ยงคนหมื่นยี่สิบวัน!
เลี้ยงไม่ไหวจริง!
กดสั่งซื้อเสร็จแล้ว นางส่งข้อความหาลุงเกษียณคนเฝ้าโกดังคนหนึ่ง
บอกว่าพรุ่งนี้จะมีพัสดุจำนวนมากเข้าโกดัง ให้เขาจับตาดูการขนของลง
ขนเสร็จแล้วโทรศัพท์หานาง
ทำทุกอย่างแล้ว นางก็หงุดหงิดเล็กน้อย คิดว่าตนเองเสียสติหรือไม่
กับคนโบราณที่ไม่เคยพบหน้า ใช้เงินถึงหนึ่งล้านแปดแสน
หากบิดามารดายังอยู่ คงต้องบอกว่านางถูกหลอกแล้ว!
ขณะนางกำลังหงุดหงิดที่วู่วามชั่วขณะนั้น
เคร้งงง~
ปากแจกันสำรอกของออกมาอีกครั้ง
เป็นก้อนทองคำสุกสกาว
ยังมีแผ่นทองคำรูปทรงและขนาดต่างกัน ก้อนทองทรงหยวนเป่า…
อัญมณีเครื่องประดับหลากรูปแบบโบราณ ไข่มุก หยก ร่วงลงมาเปรี้ยงปร้าง!
ข้าวของมากเกินไป กองสุมเต็มมุมใต้แจกัน