“ป้าจ๋า ค่าผ่าตัดก็ยี่สิบกว่าหยวน ฉันต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าเมือง ต่อรถบัสไปโรงพยาบาลในตัวเมืองอีก พอผ่าเสร็จก็ต้องซื้อของบำรุงอีก จะได้หายเร็ว ๆ แต่งงานไปเสียที...”
ซูซิ่วรักเงินยิ่งกว่าชีวิต แค่ฟังก็ใจจะขาด: “พอได้แล้ว! ฉันให้ก็ได้!”
ถึงจะเสียดายเงินร้อยหยวนให้ยัยตัวซวยนี่ แต่นางก็ปล่อยให้หนทางของหนีซีซีมีอันต้องสะดุดไม่ได้——
หนีซีซีถือจดหมายกับหยกไปที่บ้านใหญ่แล้ว ถ้าซูหม่านทำแท้งอยู่บ้าน ข่าวฉาวโฉ่ว่าตั้งครรภ์ก่อนแต่งหลุดออกไปกระทบซีซี ทำเจ้าขุนนางคนนั้นไม่เอาซีซีขึ้นมาจะทำอย่างไร!
มุมปากซูหม่านยกขึ้นอย่างพอใจ
นางรู้ดีว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหนีซีซี ซูซิ่วไม่กล้าบิดพลิ้วเด็ดขาด
ซูซิ่วล้วงออกมาจากในขอบเอวกางเกง หยิบห่อผ้าใบเล็กยับ ๆ ออกมา แล้วหยิบปึกธนบัตรใหม่กริบบออกมา ฉวยธนบัตรสีแดงสดใบหนึ่งปาใส่:
“เอาไป!”
ซูหม่านย่อตัวเก็บธนบัตร แล้วยิ้มร่ามองซูซิ่ว: “ขอบคุณค่ะป้า หนูจะเดินทางไปโรงพยาบาลเอาลูกออกเดี๋ยวนี้เลย!”
แต่พอนางหันหลัง รอยยิ้มในดวงตากลับอันตรธานหายไปสิ้น
นางไม่ไปโรงพยาบาล นางจะไปที่ “บ้านสามี” ที่ยังไม่ทันเข้าพิธีของตัวเอง!
เวลานี้ อ๋องหย่งนั่งยอง ๆ อยู่บนลานหน้าบ้านเล่นกับเด็ก ๆ หลายคน เขาแก่กว่าเด็กพวกนั้นร่วมสิบกว่าปี แต่สติปัญญายังไม่โตเท่าเด็กโต
เห็นซูหม่านเดินมา เขายกมือเช็ดน้ำลายที่ไหลอยู่ข้างปาก แล้วดีใจว่า:
“หม่านหม่าน! เธอจะมาแต่งงานกับฉันแล้วใช่ไหม?”
ท่าทางโง่ ๆ อย่างนั้น ก่อนหน้านี้ซูหม่านเห็นแล้วมีแต่สงสาร แต่หลังแต่งงาน อ๋องหย่งกลับเป็นพวกชอบอาศัยแรงผู้ชายรังแกเมีย ตอนนี้หัวใจนางมีแต่ความเกลียด!
ซูหม่านเอ่ยเย้ย: “นายหวังให้ฉันแต่งกับนายถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อ๋องหย่งพยักหน้าแรง ๆ
“ได้ แต่ต้องรับปากข้อแม้ฉันก่อน”
“ข้อแม้อะไรฉันก็รับปากเธอหมด!” อ๋องหย่งรอไม่ไหว
ซูหม่านเป็นโฉมสะคราญชื่อดังทั้งตำบล ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ตายจากเร็วไป ป่านนี้คนมาสู่ขอคงเหยียบธรณีบ้านสกุลซูหักพังแล้ว ไม่มีทางหล่นตุ๊บมาถึงอ๋องหย่งคนโง่หรอก
ต่อให้อ๋องหย่งจะโง่ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตาบอด รู้ว่าคนที่กำลังจะแต่งกับตนนั้นเป็นสาวงามล้ำค่า นับวันนั่งนับนิ้วว่าซูหม่านจะแต่งมาเมื่อไหร่
ซูหม่านมองคนโง่ตรงหน้า ปากยังมีน้ำลายใส ๆ แววตากลับเต็มไปด้วยความลามกน่าขยะแขยง ในใจอดคลื่นไส้ไม่ได้
“ฉันเอาสินสอดแปดร้อยหยวน ห้ามขาดสักหยวนเดียว” เสียงซูหม่านเย็นชา “แล้วสินสอดต้องให้ฉันเก็บไว้ ห้ามให้พ่อบุญธรรมกับป้าบุญธรรม”
อ๋องหย่งชะงักไป
เขาเคยได้ยินแม่พูดถึงสินสอด แต่ว่าแม่บอกว่าสินสอดต้องให้ผู้ใหญ่ทางบ้าน
แต่ซูหม่านตรงหน้าช่างงดงามเหลือเกิน หน้าเนียนขาวเหมือนสาวในเมือง แถมรูปร่างก็ไม่อวบอ้วนอุ้ยอ้ายเหมือนสาวบ้านนอกอื่น
“ฉันให้สินสอดเธอ เธอก็เป็นเมียฉัน?” มือที่ห้อยข้างตัวของอ๋องหย่งบีบชายเสื้อ ถามแล้วยังออกจะเขิน ๆ
ซูหม่านยกมุมปาก หัวเราะอย่างมีความหมาย
เป็นรอยยิ้มเหยียด แต่ก็ยังทำให้อ๋องหย่งมองเคลิ้มไปได้
“ใช่” นางพยักหน้า “แล้วเงินนี่ก็ไม่ใช่ของฉันคนเดียว ถึงตอนนั้นก็ให้พวกเราสองผัวเมียใช้ด้วยกัน”
พูดอย่างนี้ อ๋องหย่งยิ่งใจเต้น
“จริงเหรอ?”
ซูหม่านเบิกตากว้าง ทำเป็นใสซื่อ:
“ก็แน่นอนสิ แม่นายก็ต้องบอกนายแล้ว ฉันมันเด็กกำพร้า ถ้าให้สินสอดกับพ่อบุญธรรมกับป้าบุญธรรม ก็ไม่เท่ากับปล่อยให้คนนอกสองคนนั่นได้กำไรน่ะสิ?” นางกดเสียงต่ำลงอีก แฝงการยั่วยวน “อ๋องหย่ง นายอยากให้คนอื่นใช้เงินของพ่อแม่นายหรือ?”
อ๋องหย่งส่ายหัวพรวดพราดซ้ายขวา: “ไม่เอา! เงินของพ่อแม่ฉัน มีแต่ฉันกับเมียเท่านั้นที่ใช้ได้!”
ว่าแล้วราวกับกลัวใครมาแย่งเงินไป เขาก็เผ่นพรวดเข้ากระต๊อบ
“ฉันจะไปหาเงินสินสอดมาเดี๋ยวนี้!”
ซูหม่านมองแผ่นหลังอ๋องหย่งที่ลนลานจากไป รอยยิ้มหยันสุดท้ายบนใบหน้าก็จางหาย
คนฉลาดแกมโกงใจร้าย น่าขยะแขยง มองอีกแค่แวบเดียวก็ทำให้ตาสกปรก
แต่เงินของเขา ก็ใช้ได้ดีจริง ๆ
——
“ขอบคุณค่ะ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของฉัน” ซูหม่านยื่นธนบัตรสิบหยวนใบหนึ่งให้พยาบาลสาวที่อนามัยตำบล “ช่วยอย่าบอกใครนะคะ”
พยาบาลสาวรีบเก็บเงิน แล้วยื่นใบรับรองการแท้งปลอมให้: “ฉันเองที่ต้องขอร้องคุณอย่าบอกใคร!”
ซูหม่านยิ้มอย่างรู้ใจ
ตอนนี้อนามัยเล็ก ๆ ในตำบลก็ยังบริหารงานวุ่นวาย ใช้เงินนิดหน่อยทำใบปลอมไม่มีทางยาก
“แน่นอนค่ะ” ซูหม่านพับใบรับรองใส่กระเป๋า แล้วหมุนตัวเดินจากไป
“เอาออกหมดแล้ว?”
ฟ้าเริ่มมืด ซูซิ่วกับหยังซื่อหย่งยืดคอรอ กระวนกระวายมองไปนอกประตู
พอเห็นร่างบาง ๆ ของซูหม่านก็ลุกพรวดเข้าไปหา
“เอาออกหมดแล้ว?”
ซูซิ่วถามพลางใช้แววตาสำรวจมองยังท้องแบนราบของนางไปมา
ซูหม่าน “อืม” หนึ่งที หยิบใบปลอมจากกระเป๋าออกมา แล้วสีหน้าซีดเซียวพิงวงกบประตู เสียงเบาราวกับลมจะพัดปลิว
“หมดแล้ว หมอยังบอกอีกว่าฉันอายุยังน้อย ฟื้นตัวดี ต่อไปมีลูกอีกก็ไม่มีปัญหา”
ซูซิ่วเห็นใบปลอม ใจที่แขวนอยู่ก็ร่วงลงพื้น พอได้ยินคำซูหม่านก็ยิ่งยิ้มบาน
“ดีจัง งั้นป้าจะนัดให้หนูเจอกับอ๋องหย่งพรุ่งนี้เลย!”
ซูหม่านรับคำอย่างคล่องแคล่ว “ได้ค่ะ”
นางยิ้มตาหยีจนคิ้วโก่ง แต่ในดวงตาสีดำสุกใสคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังเข้มข้น
สามีภรรยาเดนมนุษย์คู่นี้ ก็ยังเหมือนกับชาติก่อน ไม่เคยเห็นนางเป็นคนเลย!
แต่ซูซิ่วกับหยังซื่อหย่งที่กำลังนึกถึงสินสอดที่กำลังจะได้ไม่ช้า และลูกสาวที่กำลังจะเหยียบกิ่งไม้ทอง กลับดีใจแทบบ้า สองสามีภรรยามองหน้ากัน ถอนใจโล่งอก
ในที่สุดก็เขี่ยไหแตกเน่า ๆ ขนาดนี้ทิ้งไปได้ ยังได้เงินสินสอดอีก ไม่เสียแรงที่เลี้ยงเปลืองข้าวสุกมาตั้งหลายปี!
ห้องข้าง ๆ พอหยังซื่อหย่งกรนครืนครั่นราวกับฟ้าร้อง ซูหม่านก็ค่อย ๆ ขยับลุกขึ้น ใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกประตู
“หม่านหม่าน! หม่านหม่าน!” ไม่ไกลออกไป อ๋องหย่งที่รวบรวมเงินได้แปดร้อยหยวนชะโงกหน้ากดเสียง หมอบเอวอยู่ใต้ต้นไม้แล้วโบกมือให้ซูหม่าน
จันทร์เสี้ยวทอแสงขาวนวล โลกทั้งใบสงบงาม
ซูหม่านเดินมาช้า ๆ ใต้แสงจันทร์ อ๋องหย่งแทบคิดว่านางคือนางฟ้าลงมาจุติ
แค่ทำให้หม่านหม่านดีใจ ยอมแต่งกับเขา โดนแอบขโมยเงินแล้วแม่จับได้โดนซ้อมก็คุ้ม!
“เอาเงินมา” ซูหม่านไม่พูดมากกับเขา ยื่นมือขอเงิน
อ๋องหย่งยิ้มแหย ๆ อย่างประจบ ล้วงห่อผ้าป่อง ๆ จากในอก ส่งให้ซูหม่านอย่างเอาใจ:
“หม่านหม่าน นี่เงินแปดร้อยหยวนที่เธอเอา ฮี่ ๆ... ฉันถือโอกาสตอนแม่หลับ รื้อทุกซอกทุกมุมบ้านหาเงินมารวมจนครบ ตกลงเธอจะแต่งกับฉันได้ยัง?”
ซูหม่านไม่ตอบ แม้แต่ตายังไม่ขึ้นมอง
นางลองยกน้ำหนักห่อผ้าแล้วเปิดออกนับ
เป็นไปตามคาด แปดร้อยหยวนไม่ขาดสักหยวนเดียว