ซูเหมียนได้ยินคำพูดของผู้หญิงตรงหน้าแล้วก็โกรธจนหัวเราะออกมา
อีกฝ่ายนี่เก่งจริง ๆ ที่กลับดำเป็นขาว ทั้งที่เป็นคนพูดก่อนเองว่าเธอแต่งตัวยั่วยวนผู้ชาย
“เมื่อกี้คุณพูดอะไรไว้บ้าง ให้ฉันทวนความจำให้ไหม? ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะแจ้งความคุณเหมือนกัน ฐานใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงฉัน ฉันใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่สุดแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวก็ไม่ได้เปิดเผยเนื้อหนังสักนิด คุณกลับบอกว่าฉันแต่งตัวฉูดฉาดยั่วยวนผู้ชายงั้นเหรอ?”
“เธอ... เธอ...”
สวี่เหยียนกำลังจะโต้กลับ จู่ ๆ เถียนซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
“สวี่เหยียน เธอนี่ไม่ไหวเลยนะ โดนเขาสวนกลับจนพูดไม่ออกแล้ว”
ซูเหมียนมองทั้งสองคนด้วยสายตาเย็นชา ถ้าไม่รู้มาก่อนคงนึกว่าพวกเธอกำลังรุมกลั่นแกล้งใครสักคนอยู่
“ถ้าไม่มีธุระอื่นแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ”
เมื่อแน่ใจว่าคนพวกนี้ตั้งใจมาหาเรื่อง เธอก็ไม่คิดจะเสียเวลาเล่นลิ้นกับพวกนั้นต่อ
เธอยังต้องรีบกลับไปทำมื้อเย็น เด็กสองคนฝากพี่สะใภ้อวี๋ไว้เกือบครึ่งวันแล้ว จะรบกวนอีกฝ่ายนานกว่านี้ก็ไม่ได้
แต่พอกำลังจะเดินจากไป ก็มีคนเรียกเธอไว้
“สหายหญิงคนนี้ กรุณาแสดงหลักฐานการติดตามสามีมาอยู่ค่ายทหารเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเรามีเหตุสงสัยว่าคุณบุกรุกค่ายทหารอย่างผิดกฎหมาย และจะดำเนินการตามกฎหมาย”
คราวนี้ผู้หญิงอีกคนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ซูเหมียนเห็นท่าทางของทั้งสามคนแล้วรู้ว่าพวกนั้นคงไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ เธอจึงหัวเราะเยาะก่อนพูดว่า “ได้สิ พวกคุณไปถามฟู่เยี่ยนชิงเอาเองแล้วกัน”
