หลังกินข้าวเสร็จ แม่เสิ่นก็หยิบของที่เตรียมไว้ให้หัวหน้ากองใหญ่ แล้วพากู้หนิงออกจากบ้าน
ระหว่างทางยังถือโอกาสแนะนำสภาพภายในหมู่บ้านให้เธอฟังด้วย
ถึงเธอจะสนิทกับภรรยาหัวหน้ากองใหญ่ แต่เรื่องไหนก็เรื่องนั้น
ไปขอให้คนช่วยทำธุระ ก็ต้องมีน้ำใจตอบแทนกันบ้าง
ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวถึงจะยืนยาว
แม่เสิ่นคิดได้อย่างกระจ่าง ทั้งยังไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร
แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลูกสาว เธอใส่ใจมาก จึงต้องจัดการให้เรียบร้อย
สองแม่ลูกเพิ่งก้าวออกจากบ้าน เงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ ก็วิ่งออกมาจากหลังประตู จ้องตามทิศทางที่พวกเธอจากไปด้วยสายตาเคียดแค้น
เสิ่นถิงไม่คิดเลยว่ากู้หนิงจะมีฝีมือขนาดนั้น เพิ่งมาถึงก็ทำให้บ้านวุ่นวาย แถมยังยุให้ป้าผิดใจกับครอบครัวใหญ่ของพวกเธออีก
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เธอก็จะไม่ได้ผลประโยชน์จากป้าอีกแล้ว
เสิ่นถิงขยำมือแน่น แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
เธอต้องคิดหาทางให้ได้
*
อีกด้านหนึ่ง แม่เสิ่นกับกู้หนิงเดินมาถึงหน้าบ้านหัวหน้ากองใหญ่แล้ว
ทั้งคู่ยังไม่ทันเข้าบ้าน เงาดำร่างหนึ่งก็วิ่งออกมาจากข้างในอย่างฉุนเฉียว ปากก็ด่าพึมพำไม่หยุด
“ถุย! เป็นถึงหัวหน้ากองใหญ่ แต่แค่เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ยังไม่ยอมช่วย สมควรแล้วที่บ้านพวกแกจะไม่มีลูกหลานสืบสกุล!”
เธอถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง ทำราวกับไม่เห็นแม่เสิ่น แล้วสะบัดก้นเดินจากไป
“อย่าไปสนใจเลย บุญคุณข้าวสารหนึ่งทะนาน กลายเป็นความแค้นข้าวสารหนึ่งถัง เมื่อก่อนยังพูดจาหวานหู ทำตัวสนิทสนมกับฉันอยู่เลย พอทำธุระไม่สำเร็จก็หันหลังให้ทันที”
