บทที่ 9 หญิงสาวระดับสูง
ที่เรียกกันว่าถนนบาร์
แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงบ้านผุพังไม่กี่หลังในหุบเขาขยะ ซึ่งคนเก็บของเก่าพอจะใช้พักผ่อนหย่อนใจได้
ได้ยินว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเพนตากอนของมหาอำนาจยุโรปประเทศหนึ่งในยุคเก่า
แน่นอนว่า ณ เวลานี้ เพนตากอนแห่งนั้นถูกฝังลึกอยู่ใต้กองขยะไปนานแล้ว
มองไปไกล ๆ มีเพียงตึกระฟ้าสองสามหลังที่ครั้งหนึ่งเคยสูงกว่าร้อยชั้น ซึ่งยังพอเผยส่วนยอดพ้นกองขยะออกมาได้อย่างยากเย็น
คนเก็บของเก่าหลายคนเดินเตร็ดเตร่อย่างเชื่องช้า พวกเขาหลังค่อม สวมชุดป้องกันเก่าขาดที่ปะแล้วปะอีก เนื้อผ้าก็ดูเปราะบางเหลือทนเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย
ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกองขยะบนโลกมาเนิ่นนาน ล้วนมีความรู้สึกซับซ้อนและขัดแย้งกันอยู่ภายใน
สิ้นหวังและจำยอม
ด้านชาและปรับตัว
ความจริงและภาพฝัน
โดดเดี่ยวและแปลกแยก
โลภละโมบและชอบเสี่ยง
ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะมาที่ถนนบาร์ในเวลาว่าง ดื่มเหล้าราคาถูกที่ปนเปื้อนธาตุเคมีสารพัด สิ่งที่พวกเขาแสวงหาก็คือ...ความสุขและความพึงพอใจชั่วครู่
เด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหัวมุมถนน พร้อมกับหุ่นยนต์พี่เลี้ยงที่คลุมผ้าป่านเอาไว้
ทั้งคู่ค่อย ๆ เดินไปทางบาร์
เงาของเขาสะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่างยานอวกาศที่แตกละเอียดริมทาง
เด็กหนุ่มไว้ผมยาวจนปิดคิ้วและหางตา ฝุ่นจับหนาอยู่บนนั้น
เขาสวมผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มของคนเก็บของเก่าที่เต็มไปด้วยรูโหว่
ผ้าคลุมนี้มีประโยชน์สองอย่าง อย่างแรกคือบ่งบอกสถานะคนเก็บของเก่าระดับต่ำ อย่างที่สอง หากติดอยู่ในกองขยะลึกเข้าไป ผ้าคลุมที่มองเห็นได้ชัดจะช่วยดึงดูดสายตาผู้อื่นและทำให้ช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น
ถึงอย่างนั้น โลกใบนี้ก็ไม่มีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว หากติดอยู่ข้างใน ก็มีแต่รอความตาย
เขาสวมกางเกงขายาวสีดำกับแจ็กเก็ตที่ทำจากวัสดุป้องกันรังสี มองด้วยตาเปล่าคล้ายเสื้อหนังจากยุคเก่า ราวกับคาวบอยหนุ่มคนหนึ่ง
