อารมณ์ของอันตงฉี่เริ่มควบคุมไม่อยู่
เขากรีดร้องเสียงดังว่า “เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เชื่อ ตระกูลอันไม่มีทางล่มสลายแน่ แกพูดเหลวไหล ไม่จริง เรื่องนี้ไม่จริงเด็ดขาด...”
ทางด้านโจวปิ่งคุน รวมถึงอวี่เซี่ยฮวา แม้จะได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของเบื้องหลังหลี่จวินแล้ว ก็ยังอดรู้สึกเหลือเชื่อไม่ได้
ตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดมานับร้อยปีอย่างตระกูลอัน จะล่มสลายง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร
ทว่าหลี่จวินไม่สนใจอันตงฉี่ที่กำลังคลุ้มคลั่ง เขาหันไปมองเหลียงหย่งแทน
“เรื่องทั้งหมดนี่เป็นฝีมือท่านเฒ่าหรือ?”
เหลียงหย่งพยักหน้า “ใช่ครับ นายใหญ่ทราบว่าคุณชายถูกกลั่นแกล้ง จึงสั่งให้คนลงมือทำลายตระกูลอันทันที”
“ตอนนี้ท่านเฒ่าอยู่ที่ไหน?”
หลี่จวินสูดหายใจเข้าลึก ๆ
หลังออกจากคุก คนที่เขาอยากพบมากที่สุดก็คือท่านเฒ่า
“ผมไม่ทราบครับ”
เหลียงหย่งตอบ
“แล้วเบอร์โทรศัพท์ของท่านเฒ่าล่ะ?”
“ผม...”
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเหลียงหย่งทันที
“อย่าบอกนะว่านายก็ยังไม่รู้?”
น้ำเสียงของหลี่จวินพลันเข้มงวดขึ้น
เหลียงหย่งก้มหน้าลงทันที
“ช่างเถอะ”
หลี่จวินถอนหายใจ
เขารู้ว่าคงเป็นความประสงค์ของท่านเฒ่า เหลียงหย่งไม่มีทางกล้าขัดคำสั่งของท่านเฒ่าแน่นอน
อีกด้านหนึ่ง อันตงฉี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาใครบางคนที่เมืองหลวง
ปลายสายเป็นพี่น้องคนหนึ่งของเขา
“เสี่ยวลิ่ว บอกฉันมาซิว่าตระกูลอันเกิดเรื่องขึ้นหรือเปล่า?”
เสียงของเสี่ยวลิ่วจากปลายสายฟังดูงัวเงียอยู่บ้าง
“ไม่มีนี่ครับ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผมเพิ่งออกมาจากตระกูลอัน พี่สาม เป็นอะไรไปครับ? ตระกูลอันจะเกิดเรื่องอะไรได้?”
พอได้ยินเช่นนั้น อันตงฉี่ก็ถอนหายใจโล่งอกอย่างหนัก เงยหน้ามองทุกคนแล้วหัวเราะลั่น “ได้ยินไหม? ได้ยินหรือเปล่า? ตระกูลอันไม่เป็นไร แล้วตระกูลอันจะเกิดเรื่องได้ยังไง?”
หลี่จวินกลับมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเวทนา
