เฉินฮั่นถิง ประมุขแห่งกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่
ตอนรับโทรศัพท์จากหลี่จวิน เขากำลังเจรจาธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านกับคุณชายตระกูลชุย นามว่าชุยหยวนฮ่าว อยู่ในโรงน้ำชา ณ เมืองโบราณอวิ๋นซาน ซึ่งห่างจากฉู่โจวไป 200 ลี้
บริเวณทางเข้ามีบอดี้การ์ดชุดดำหลายคนยืนเฝ้า ท่าทางแข็งแกร่งและระแวดระวัง
สาวเสิร์ฟชาชุดกี่เพ้าผู้เชี่ยวชาญมีรูปร่างอ้อนแอ้น คอยควบคุมอุณหภูมิน้ำชาอย่างระมัดระวัง
หลังวางสาย สีหน้าของเฉินฮั่นถิงก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
เขาสั่งเลขาสาวสวยที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้านหลังว่า “รีบจัดเฮลิคอปเตอร์มาสักสองสามลำ ฉันจะไปฉู่โจว”
“อะไรนะคะ?”
เลขาสาวมีสีหน้าตกตะลึง
ต้องรู้ว่าธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านนี้เพิ่งเจรจากันไปได้ไม่ถึงครึ่ง
ไม่รู้ว่าตระกูลใหญ่กี่ตระกูลต่างอยากเข้ามาแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจนี้ หากไม่ใช่เพราะเฉินฮั่นถิงมีอำนาจมากพอ ก็คงไม่อาจทำให้ชุยหยวนฮ่าวยอมตกลงได้
แต่ตอนนี้เฉินฮั่นถิงกลับจะทิ้งชุยหยวนฮ่าวแล้วไปฉู่โจว เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ต้องเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ถึงจะทำให้เฉินฮั่นถิงรีบร้อนขนาดนี้
“คุณชายชุย ดูท่าธุรกิจของเราคงต้องเลื่อนไปคุยกันวันหลัง ผมมีธุระต้องไปฉู่โจว ต้องขออภัยจริง ๆ” เฉินฮั่นถิงกล่าว
ชุยหยวนฮ่าวประคองถ้วยชาไว้ในมือ สีหน้าเผยความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย
“ประมุขเฉิน คุณรู้ไหมว่ามีคนข้างนอกมากแค่ไหนที่อยากคุยธุรกิจนี้ คุณจะทิ้งผมแล้วไปจริง ๆ หรือ?”
เฉินฮั่นถิงเหลือบมองชุยหยวนฮ่าวที่ทำหน้าบึ้ง แล้วแค่นหัวเราะ
ตระกูลชุยเป็นตระกูลใหญ่ชั้นแนวหน้าจริง ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลเฉิน ทว่าชุยหยวนฮ่าวเป็นเพียงสมาชิกสายสามของตระกูลชุย
คราวนี้เขารับผิดชอบธุรกิจดังกล่าวพอดี เมื่อครู่เฉินฮั่นถิงเพียงกล่าวชมตามมารยาทไม่กี่คำ อีกฝ่ายกลับคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมาจริง ๆ
“ครั้งนี้ผมจะไปพบคนสำคัญ หวังว่าคุณชายชุยจะเข้าใจ”
พูดจบ เฉินฮั่นถิงก็เดินออกไปอย่างก้าวยาว
“ถ้าผมไม่เข้าใจล่ะ?”
ชุยหยวนฮ่าวตะโกนถามขึ้นมาทันที
“ไม่เข้าใจก็ไสหัวไปซะ! ถ้ายังพูดมากอีก ฉันจะตบปากแกให้คว่ำ เชื่อไหม?”
สีหน้าเฉินฮั่นถิงพลันบิดเบี้ยวอย่างดุดัน
ถ้วยชาในมือชุยหยวนฮ่าวร่วงลงพื้นดังเพล้ง
