สายลมยามราตรีพัดแผ่ว ลู่หนานเกอพิงกำแพงหอยามอย่างสบาย ๆ เส้นผมหน้าม้าพลิ้วไหวเบา ๆ
เหวินชิงยืนอยู่ข้างเธอ เอ่ยถามเสียงเบา “หนานหนาน...เธอว่าอีกฝ่ายจะพาคนมากี่คน ไม่รู้ด้วยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมีฝีมือแค่ไหน หรือว่า...”
ลู่หนานเกอถอนสายตาจากความมืดมิดที่ทอดอยู่ไกลออกไป ก่อนตบมือเหวินชิงเบา ๆ
“ไม่ต้องกังวลนะ พี่เหวินชิง พวกเราเตรียมพร้อมกันไว้แล้ว อีกอย่าง ที่นี่เป็นถิ่นของพวกเรา พวกเราได้เปรียบ พวกมันมาสักเท่าไร พวกเราก็รับมือไหว”
เหวินชิงว่า “แต่พวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันเลย ถ้าเกิดว่า...”
ลู่เป่ยเย่ที่นั่งกอดจื้อจื้ออยู่บนเก้าอี้พับพูดว่า “ก็เพราะอย่างนี้ไง พวกมันถึงได้ประมาท พี่เหวินชิง”
ลู่หนานเกอยื่นมือไปขยี้ผมน้องชาย “ที่อาเย่พูดถูกแล้ว ครั้งก่อนที่พวกเราปะทะกับอีกฝ่าย พวกมันหยิ่งผยองมาก
คนแบบนี้ชอบเล่นเกมแมวจับหนู ไม่มีทางเปิดไพ่ตายตั้งแต่เริ่มต้น และย่อมไม่ยกกำลังมาทั้งหมดเพื่อจัดการพวกเรา
สำหรับพวกเราแล้ว นี่เป็นเรื่องดี!”
เหวินชิงถอนหายใจ “ผู้มีพลังพิเศษที่จับตัวกลับมาได้ครั้งก่อนยังไม่ทันได้สารภาพอะไร ก็ชิงตายไปเสียก่อน...น่าเสียดายจริง ๆ ไม่อย่างนั้นอย่างน้อยพวกเราก็คงได้รู้เบื้องลึกของอีกฝ่ายบ้าง!”
“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องได้ปะทะกันเข้าสักวัน!” ลู่หนานเกอพยักพเยิดไปทางด้านล่างของหอยาม “ผ่อนคลายหน่อย ดูกำลังของพวกเราสิ ชนะแน่นอน!”
เหวินชิงมองตามสายตาของเธอ ผู้มีพลังธาตุไฟหยานซินยี่สิบคนกระจายกำลังเป็นรูปพัดอยู่โดยรอบ
