พริบตาเดียวก็ถึงเดือนพฤษภาคม คู่สามีภรรยารักษาคำพูด พากันไปร่วมงานแต่งงานของฟางเสี่ยวหย่ากับกู้เหยี่ยน และมอบคำอวยพรจากใจให้ทั้งคู่
เดือนถัดมา เหอฉงหนานได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยทหารให้ไปตรวจสุขภาพ
ในหน่วยทหาร การตรวจสุขภาพไม่ใช่เรื่องเล็ก พอมาถึงขั้นตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็มักมีข่าวเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง
สองวันต่อมา ผลตรวจสุขภาพของเหอฉงหนานก็ออกมา
หวังเถี่ยจวินถือรายงานพลิกดูซ้ำไปซ้ำมา อดอุทานชมไม่หยุดไม่ได้
“ดูสิ นายอายุสามสิบหกแล้ว แต่สภาพร่างกายยังเหมือนหนุ่ม ๆ อายุยี่สิบกว่า ถ้าฉันไม่รู้ภูมิหลังของนาย คงสงสัยแล้วว่านายกินยาอายุวัฒนะอะไรเข้าไป!”
แววตาของเหอฉงหนานไหววูบ เขายิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “ลุงหวัง นอกจากโรคเป็นหมันแล้ว สุขภาพผมก็แข็งแรงมาตลอดนี่ครับ อายุสามสิบหกก็ยังเป็นคนหนุ่ม อย่างน้อยผมยังทำงานรับใช้ชาติได้อีกสามสิบปี!”
หวังเถี่ยจวินได้ยินแล้วหัวเราะลั่น “ใช่แล้ว ผลตรวจของนายผ่านทุกตัวชี้วัด เดี๋ยวฉันส่งเรื่องขึ้นไป รอเลื่อนตำแหน่งเดือนหน้าได้เลย!”
เหอฉงหนานเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าในหน่วยทหารมาโดยตลอด พอได้ยินเช่นนั้นก็เพียงพยักหน้าเล็กน้อย
หวังเถี่ยจวินหัวเราะพลางเดินมาข้างกายเขา แล้วยกมือชกเขาเบา ๆ “เอาละ พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้ว ยังจะเก๊กต่อหน้าฉันทำไม? ดีใจก็หัวเราะออกมาให้เต็มที่สิ!
นายดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลมาเกือบห้าปีแล้ว รอมานานจนแทบอดใจไม่ไหวแล้วใช่ไหม?
ผู้บัญชาการกองทัพวัยสามสิบหก มองไปทั่วหน่วยทหารทั้งประเทศ นายเป็นคนแรกเลยนะ!”
เหอฉงหนานได้ยินดังนั้นก็ชะงักด้วยความประหลาดใจ รีบถามว่า “ลุงหวัง ไม่ควรเลื่อนเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพหรือครับ?”
