ขณะนั้นเอง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักออกอย่างกะทันหัน
เหอฉงหนานประคองคนผู้หนึ่งซึ่งมีผ้าก๊อซสีขาวพันรอบศีรษะแน่นหนา เหลือเพียงดวงตาสองข้าง รูจมูกสองรู และปากหนึ่งปาก ค่อยๆ เดินเข้ามา
“ฉงหนาน จิ่นฮวนบาดเจ็บหนักขนาดนี้เลยหรือ”
เหอฉงหนานไม่ตอบคำถามของบิดา แต่หันไปมองสามีภรรยาตระกูลอู่ที่นั่งสบายใจเฉิบอยู่ด้วยกัน แววตาดุดันจนระงับไม่อยู่
หากสายตาฆ่าคนได้ อู่เสวียผิงกับหลี่หมิ่นคงเป็นศพไปแล้วในเวลานี้
อู่เสวียผิงหลบสายตา ส่วนหลี่หมิ่นไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย แถมยังยั่วยุด้วยการยิ้มอย่างได้ใจให้เหอฉงหนาน
“พ่อคะ หนูไม่เป็นอะไร แค่หน้าเสียโฉม ออกมาพบใครไม่ได้ก็เท่านั้น” ลู่จิ่นฮวนใช้ข้อศอกกระทุ้งชายหนุ่มข้างตัว เป็นนัยให้เขารู้จักเก็บอาการหน่อย ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาปล่อยของ
เหอเชียนหลินขมวดคิ้วแน่น “เธอไปพักเสีย ไม่ต้องกังวล บรรดาผู้นำจะต้องให้ความยุติธรรมแก่เธอแน่!”
ลู่จิ่นฮวนไม่ฟังคำของพ่อสามี แต่ให้เหอฉงหนานประคองเธอมานั่งลงบนเตียงผู้ป่วย
“เรียนผู้นำทุกท่าน ดิฉันเป็นผู้เกี่ยวข้อง ดิฉันอยากพบหน้าพี่น้องคู่กรณีที่ต่อสู้กับดิฉัน มีบางคำที่อยากถามต่อหน้าพวกเธอ ทุกท่านเห็นจะเป็นไปได้ไหมคะ”
เมื่อครู่เธอฟังอยู่หน้าประตูตั้งนาน เดิมทีไม่อยากจะเข้ามา คิดไม่ถึงว่าตระกูลอู่จะมาใส่ร้ายป้ายสีเธออีก แล้วเธอจะยอมอยู่เฉยได้อย่างไร
หลี่หมิ่นไม่เห็นด้วย “ไม่ได้ ลูกสาวฉันถูกเธอซ้อมแทบตาย ลุกจากเตียงไม่ไหวด้วยซ้ำ จะว่าอะไรก็ว่ากับฉันมา ฉันตัดสินแทนพวกเธอได้!”