บทที่ 4: พบกันครั้งแรก
พ่อลูกคุยกันอยู่นาน ลู่จิ่นฮวนก็พอรู้จักตระกูลเหอในระดับหนึ่งแล้ว
เหอฉงหนานเก่งมาตั้งแต่เด็ก ผู้อาวุโสตระกูลเหอปลูกฝังให้เขาเป็นผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปมาตลอด แต่เขากลับตรวจพบว่าตัวเองเป็นหมันตอนอายุ 20 ปี สำหรับตระกูลเหอแล้ว มันเหมือนเป็นเรื่องตลกชัด ๆ
หลายปีมานี้ตระกูลเหอตามหาหมอดังมาทั่วสารทิศหวังรักษาเขา แต่ภายหลังผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ค่อย ๆ ยอมแพ้ไป
เหอเซี่ยงเป่ยไม่ได้เข้ารับราชการทหาร แค่อาศัยเส้นสายของตระกูลเหอไปหาตำแหน่งว่างในโรงงานเหล็ก ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ไม่สามารถแบกรับเกียรติยศที่สืบทอดกันมาหลายชั่วคนของตระกูลได้เลย
ท่านผู้เฒ่าเหอจึงอยากเลือกหลานรุ่นถัดไปมาปลูกฝังใหม่ ไม่คาดคิดว่าลู่จิ่นอวิ๋นจะคลอดลูกสาวแล้วร่างกายก็บอบช้ำ หลายปีนี้จะตั้งครรภ์อีกไม่ได้แล้ว...
หากเป็นเมื่อก่อน ลู่จิ่นฮวนฟังเรื่องพวกนี้จบ คงต้องกลัวการแต่งเข้าครอบครัวแบบนี้แน่ ส่วนตอนนี้ล่ะ...
ฮิฮิ เธอเป็นคนมีสมบัติวิเศษนะ!
(●'◡'●)
วันรุ่งขึ้น ลู่จ้าวส่งลู่จิ่นอัน ลูกชายคนเล็กไปไว้ที่บ้านยายของภรรยา แล้วพาหลี่ไห่ลี่กับลู่จิ่นฮวนขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
ที่ไม่ให้ลูกชายคนเล็กไป เป็นเพราะลู่จิ่นอวิ๋นร้องขอ ในจดหมายนางบอกว่า ถ้าไปกันมากคนเกินไปเหมือนจะไปเกาะกิน จะทำให้ตระกูลเหอดูแคลน
ลู่จิ่นฮวนรู้แก่ใจ น้องชายต่างแม่คนนี้นิสัยเสียเพราะป้าหลี่ตามใจจนไม่ได้ความ กินจนอ้วนท้วนพุงพลุ้ยไม่พอ อายุแค่ 13 ปีก็พูดจาหยาบคายเต็มปาก อ้าปากก็เรียกตัวเองว่าพ่อตลอด ขึ้นเวทีไม่ออกจริง ๆ
แต่พ่อกับป้าหลี่ไม่จัดการ ตัวเธอที่เป็นแค่พี่สาวก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง!
รถไฟ 'ควั่งเล่อ' ไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดก็มีเสียง 'อู๊~' ดังขึ้น แล้วค่อย ๆ จอดเทียบชานชาลาเมืองหลวง
พอลงจากรถ ลู่จิ่นฮวนสูดอากาศเย็นเข้าไปหนึ่งปอด พลันหนาวสะท้านไปทั้งตัว
ลู่จ้าวรีบควักเสื้อนอกของตัวเองจากกระเป๋ามาคลุมให้ลูกสาว "ฮวนเอ๋อ รีบใส่ซะ อย่าเป็นหวัดนะ"
ลู่จิ่นฮวนหนาวจนฟันกระทบกันกึก ๆ "พ่อคะ นี่ก็เดือนมีนาคมแล้ว ทำไมที่นี่ถึงหนาวขนาดนี้"
เธอโตมาในแดนเจียงหนานที่ละอองฝนพรำพร่าง ฤดูหนาวในเมืองซูโจวมีแค่ 0 องศาหรือติดลบสัก 1-2 องศาเอง พอถึงเดือนมีนาคม ดอกไม้ที่บ้านเกิดก็บานแล้ว
ทางเหนือหนาวเกินไปจริง ๆ!
ต่อให้เธอจะแต่งมาจริง ๆ ก็คงปรับตัวกับอากาศแบบนี้ไม่ได้หรอก!
หลี่ไห่ลี่มองเธอด้วยแววตาหมิ่นหยาม "ทำใจหน่อยเถอะ พี่สาวเธอก็เป็นคนใต้โดยกำเนิดแท้ ๆ อยู่นี่มาตั้ง 2 ปีแล้ว เรื่องมากนักเรอะ!"
ลู่จิ่นฮวนแอบฮึดฮัดเบา ๆ แสดงออกว่าตัวเองไม่ยอมรับ!
ตั้งแต่ลู่จิ่นอวิ๋นอายุ 17 ปีได้เข้าวงดนตรีระบำ นางก็ออกทัวร์แสดงบ่อย ๆ อีกอย่างลู่จิ่นอวิ๋นก็ร่างใหญ่แข็งแรงกว่าเธอแต่แรกอยู่แล้ว ร่างกายก็ต้องดีกว่าเธอเป็นธรรมดา!
ทั้งสามคนออกจากสถานีรถไฟ มาเปิดห้องพัก 2 ห้องที่เกสต์เฮาส์ด้านหน้า
นี่ก็เป็นคำขอของลู่จิ่นอวิ๋น ในจดหมายนางย้ำนักย้ำหนาว่า พอลงจากรถต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน ใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุดถึงจะไปบ้านตระกูลเหอได้ จะทำให้นางขายหน้าอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้หลี่ไห่ลี่ยังตั้งใจซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ลู่จิ่นฮวนด้วย
เพียงแต่ว่าที่เมืองซูโจวไม่มีเสื้อนอกหนา ๆ พอลู่จิ่นฮวนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ปฏิเสธ 'ความหวังดี' ของหลี่ไห่ลี่อย่างไม่ลังเล
"ป้าหลี่คะ เสื้อตัวนี้บางเกินไป ถ้าหนูใส่ออกนอกบ้าน น้ำมูกคงแข็งเป็นแท่งแน่ ตอนนั้นยิ่งขายหน้ากว่าเดิมอีกนะคะ~"
ลู่จิ่นฮวนมีนิสัยอ่อนหวานแบบสาวเจียงหนาน น้ำเสียงก็เป็นสำเนียงง้ออู๋แท้ ๆ เสียงหวานใส นุ่มนวลละมุนหู ทุกคำพูดนุ่มละไมไปหมด
หลี่ไห่ลี่คิดดูก็จริง ข่มใจกัดฟันพูดว่า "ตกลง เธอรออยู่ที่นี่ก่อน ฉันจะไปเดินดูร้านแถว ๆ นี้ ซื้อเสื้อนอกหนาหน่อยให้อีกตัว แล้วจะแจ้งเสี่ยวอวิ๋นว่าเรามาถึงแล้ว"
เสี่ยวอวิ๋นของนางดันคลอดเป็นเด็กผู้หญิง ฐานะในตระกูลเหอยิ่งหนักขึ้นไปอีก น้องสาวสามีจอมเสือตัวร้ายนั่นคอยแต่จะแดกดันถากถางทุกวัน ถ้าไม่หาผู้ช่วยมาให้ลูกสาว เสี่ยวอวิ๋นของนางก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว!
เพื่อความสุขของลูกสาว นางสู้ตาย!
ลู่จิ่นฮวนยิ้มหวานน่ารัก "ขอบคุณป้าหลี่นะคะ รบกวนซื้อน้ำมันทาหน้าที่สาว ๆ ที่นี่ใช้กันให้หนู 2 ขวดด้วยนะคะ ลมหนาวที่นี่แรงมาก หนูกลัวผิวแดงหมด~"
หลี่ไห่ลี่ปรายตามองนางอย่างแค้น ๆ ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้รู้สึกว่าเด็กเหลือขอนี่หน้าตาดูดีขึ้นก็ไม่รู้?
ก็หน้าเดิมนั่นแหละ แต่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม!
ดูผิวพรรณนั่นสิ นุ่มจนเผลอบีบแล้วมีน้ำไหลออกมา เหมือนกินยาวิเศษอะไรสักอย่าง!
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ลู่จิ่นฮวนสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายแท้สีเทาอ่อนตัวใหม่ กางเกงผ้าทอเรียบสีครีม เท้าสวมรองเท้าผ้ายางยืดสีขาวครีม พันคอด้วยผ้าพันคอสีพื้นเรียบทั่วร่างอบอุ่นไปหมด
บนตัวไม่มีสีสันฉูดฉาดเลยแม้แต่น้อย แต่ดวงตากลมโตที่เผยออกมาเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความงาม ทุกอิริยาบถให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน ประกอบกับสำเนียงนุ่มละมุน ทั่วร่างเต็มไปด้วยเสน่ห์อ่อนหวานละไมแบบสาวเจียงหนาน
หลี่ไห่ลี่พอใจมากกับภาพนี้
ในจดหมายที่ลูกสาวเขียนถึงนางเป็นการส่วนตัวบอกว่า พี่ใหญ่ของตระกูลเหอเป็นคนพยศดื้อรั้น ยะโสโอหัง มองสาวแกร่งสไตล์เหนือมาเยอะแยะแล้ว ไม่มีใจหวั่นไหวเลยสักนิด
บางทีเด็กเหลือขอที่อ่อนนุ่มเหมือนกระต่ายน้อยแบบนี้อาจทำให้เขาตาเป็นประกายก็ได้ ถ้าเกิดยังไม่เอาเข้าจริง ๆ ก็คงต้องใช้ไม้ตายแล้ว!
ลู่จ้าวเองก็ตื่นเต้นอยู่บ้าง ตอนลู่จิ่นอวิ๋นแต่งงานเมื่อ 2 ปีก่อน เขามาร่วมงานสมรส
ทุกคนในตระกูลเหอมีรอยยิ้มสุภาพสมบูรณ์แบบมาก ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและเหินห่าง
เขารู้สึกได้ว่า ในใจพวกเขาดูถูกครอบครัวของตนมาก
เพิ่งผ่านไปแค่ 2 ปี เขาก็ต้องหน้าด้านส่งลูกสาวมาอีกคน ตระกูลเหอคงยิ่งดูถูกพฤติกรรมแบบนี้มากขึ้นไปใหญ่?
แต่พอนึกถึงลูกชายคนเล็กที่พรสวรรค์แค่พื้น ๆ เขาก็ข่มใจกัดฟันอดทนไว้
เขาไม่อยากให้ลูกชายคนเล็กใช้ชีวิตไปตามสูตรสำเร็จ พออายุถึงก็รับช่วงต่อจากเขา แล้วเป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร!
เขาอยากให้ 'ทายาทสกุลลู่' เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง นำพาลูกหลานสกุลลู่ให้เป็นชนชั้นสูง!
สามีภรรยาต่างคนต่างคิดไม่ซื่อ พาลู่จิ่นฮวนที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจเดินมองซ้ายมองขวาไปถึงชุมชนบ้านพักทหารอย่างราบรื่น จากระยะไกลก็เห็นชาย 2 คนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่
คนหนึ่งสูงเกิน 185 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย หัวไหล่และหลังกว้างหนาตรง ใบหน้าคมคาย ดุดันแข็งกร้าว ดวงตาสีดำเข้ม สายตาล้ำลึกคมกริบ หว่างคิ้วผสมผสานความบึกบึนของชาวเหนือ ให้ความรู้สึกกดดันอย่างเต็มเปี่ยม
อีกคนเตี้ยกว่าเล็กน้อย หน้าคล้ายผู้ชายข้าง ๆ อยู่ 5 ส่วน
ท่าทางเขาดูละเหี่ยใจกว่าเยอะ ยืนอิดออดอยู่ตรงนั้น สีหน้าหยิ่งจองหอง แววตาเต็มไปด้วยความเอือมระอาและรำคาญใจ ทั่วใบหน้าแสดงถึงความรั้นและไร้การควบคุม
ผู้ชายทั้งสองไม่มีใครพูดอะไร กลับเป็นลู่จ้าวกับหลี่ไห่ลี่ที่ยิ้มประจบประแจงแล้วลากลู่จิ่นฮวนที่กำลังงง ๆ อยู่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
"โอ๊ย สองปีไม่เห็น ลูกเขยดูดีขึ้นอีกแล้ว!"
หลี่ไห่ลี่ทักทายไปพลาง ออกแรงดึงลู่จิ่นฮวนเบา ๆ เป็นนัยให้รีบทักทาย
ลู่จิ่นฮวนถูกชายที่จ้องเธอตลอดเวลาและแผ่อำนาจกดดันออกมาอย่างต่อเนื่องคนนั้นทำเอาเครียดไปทั้งตัว ต้องอาศัยคำแนะนำของระบบถึงจะยิ้มแบบมาตรฐานได้เห็นฟัน 8 ซี่ออกมา
"แหะ ๆ... ท่านผู้นำเหอสวัสดีค่ะ ท่านพี่เขยเหอสวัสดีค่ะ..."
น้ำเสียงของเธอเบาหวิวนุ่มละมุน ราวกับเส้นขนนก ทว่ากลับสะกิดหัวใจของเหอฉงหนานอย่างหนักหน่วง