นิ้วกระชากไกปืนลงโดยไม่ลังเล
จากระยะ 800 เมตร นายพันตรีหนูญี่ปุ่นที่ห้อยดาบประจำตัวกำลังชูกล้องส่องทางมองมายังป่าไม้เล็ก ๆ แห่งนี้ ปากอ้าผับ ๆ ราวกับกำลังสั่งการอะไรสักอย่าง
เซี่ยเทียนหัวเห็นผ่านเลนส์ส่องกล้องว่ากระสุนบินไปครู่หนึ่งก่อนเจาะผ่านกล้องส่องทางพุ่งเข้ากลางหัวของนายทหารคนนั้น กะโหลกแตกกระจายราวกับดอกไม้สีเลือดบาน ร่างทั้งหมดโยนหลังล้มลงกับหญ้าแห้งริมถนน
เสียงปืนกังวานสะท้อนระหว่างป่ากับทุ่งกว้าง
แถวทหารหนูญี่ปุ่นแตกกระเจิงทันที มีคนตะโกนเสียงแหลมเฉียบร้องรัว คงพูดถึง “ถูกซุ่มโจมตี” หรือ “นักยิงปืนไกล” อะไรทำนองนั้น
เงาสีเหลืองคล้ายอุจจาระราวสี่สิบคนแยกย้ายทันที นอนแผ่ลงกับพื้นที่ควรนอน กลิ้งลงคูที่ควรกลิ้ง มีทหารใหม่หน้าตาเหมือนมือใหม่ไม่กี่คนยังมองไปรอบ ๆ อย่างหาที่ซ่อนไม่ถูก โดนทหารเก่ากระชากล้มลงทันควัน แล้วก็นอนแน่นิ่งกับพื้น
“ตัดบัญชีพวกญี่ปุ่นไปหนึ่ง” เซี่ยเทียนหัวดึงลูกเลื่อนไล่ปลอกกระสุน ลูกปืนดังแก๊งกระเด็นไปโครมกับโคนต้นไม้
เขาไม่รีบยิงนัดที่สอง ดึงร่างกลับมาซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่
ผ่านเลนส์ส่องกล้อง เขามองเห็นขนาดของกองกำลังที่ตามมาล่าได้ชัดเจน ราว 40 คน ตามผลการจัดกำลังกองร้อยย่อยมาตรฐานของญี่ปุ่น ที่กำจัดไปก่อนหน้าในหมู่บ้านของโก่วตั้นคงเป็นแค่หน่วยย่อยหนึ่งของกองนี้
หัวหน้ากองยศร้อยตรีคนนั้น โดนปลดประจำการไปแล้ว
ตามหลังยังมีทีมปืนกลอีกสองทีม แต่ละทีมหาบปืนกลไทป์ 11 มาทีละกระบอก แถมมีหนูญี่ปุ่นอีกสามคนแบกชิ้นส่วนครกหมายระเบิด กระบอกปืน ฐานยึด ลังกระสุน สามคนแบกคนละชิ้น
เซี่ยเทียนหัวยื่นครึ่งตัวออกจากหลังต้นไม้ เล็งไปที่หนูญี่ปุ่นที่กำลังตั้งปืนกลอยู่คนหนึ่ง กระชากไก ศีรษะแตกด้วยความแม่นยำ ปืนกลไทป์ 11 หลุดมือกระแทกพื้น
พลปืนคนสำรองด้านข้างเห็นเช่นนั้นก็พุ่งเข้ามาเพื่อรับปืนต่อ จะสร้างจุดยิงขึ้นใหม่ ก็ถูกหนึ่งนัดพาไปอีกคน
เช็ดจุดยิงหนึ่งจุดไปได้ เซี่ยเทียนหัวเลือกจังหวะเปลี่ยนไปหลบหลังต้นไม้อีกต้น เล็งที่หนูญี่ปุ่นที่กำลังนั่งยอง ๆ ถือลูกระเบิดครกอยู่ ยิงเป็นนัดที่สี่ หนูญี่ปุ่นคนนั้นล้มลงทันทีตามเสียงปืน
ยิงไปสี่นัดแล้วแต่พวกญี่ปุ่นก็ยังล็อกตำแหน่งของเขาไม่ได้ ต้องขอบคุณแสงในป่าไม้เล็กนี้ที่มัวคล้ำ ตำแหน่งของเซี่ยเทียนหัวก็วางได้ดี พวกญี่ปุ่นยิงปืนไทป์ 38 ทะยานเข้ามาในป่า เสียง “ปวด ๆ” ไม่กี่ครั้งก็เพียงโดนลำต้นไม้กับหักกิ่งไม้ไม่กี่กิ่ง ไม่ก่ออันตรายต่อเซี่ยเทียนหัวเลย
ไม่เสียเวลาสนใจกระสุนที่พุ่งสับมั่ว เอาเถอะ ไม่ว่าจะมองเห็นเขาได้หรือไม่ แม้แต่จะมองเห็นก็เถอะ ระยะ 700-800 เมตรแบบนี้ ปืนไทป์ 38 ของพวกญี่ปุ่นก็ยิงแม่นไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัวไปกลัวมา
เซี่ยเทียนหัวเรียกชื่อไล่ยิงทีละคน พลปืนกล พลขว้างระเบิด หนูญี่ปุ่นที่ขึ้นรับบัญชาการต่อ ล้มกันเป็นไล่ ๆ ใต้ปากกระบอกปืนของเขา
ยิงจนหมดไว้กระสุนสองไว้ติดกัน เซี่ยเทียนหัวหดตัวกลับมาหลังต้นไม้ หยิบไว้กระสุนใหม่ออกจากคลังเก็บของ อัดลงกระบอกปืน เสียงกระชับคมสั้น
เปลี่ยนตำแหน่ง เล็งต่อ
แต่ว่าตอนนี้พวกญี่ปุ่นประเมินทิศทางของเสียงปืนได้คร่าว ๆ แล้ว กระสุนมุ่งมายังเซี่ยเทียนหัวกันเป็นวง ดีที่ยังไม่แม่น ไม่ก็โดนต้นไม้ ไม่ก็ยิงโหว่ข้ามไปไกล
เซี่ยเทียนหัวก้มลงแผ่ลงทันเวลา กระสุนพุ่งเฉียดหัวเป็นระลอก
ในนั้นยังปนเสียงป้อนกระสุนอันเป็นเอกลักษณ์ของปืนกลไทป์ 11 หูแหวกริ่ว
ของอย่างนี้เซี่ยเทียนหัวเคยได้ยินในเกมนับครั้งไม่ถ้วน ก็เคยถูกยิงกดดันใส่มานับครั้งไม่ถ้วนเหมือนกัน ตอนนี้ปืนกลไทป์ 11 สองกระบอกยิงสลับกัน แนวกระสุนแน่นพรึด ก็ยังกดขี่เซี่ยเทียนหัวในโลกความจริงได้แน่นหนา ขยับหัวขึ้นจะมองยังลำบาก
“ไอพวกมรดก ยิงพ่อเงี้ยะเนี่ยเอาเป็นอย่างนี้เลยเหรอวะ” เซี่ยเทียนหัวแผ่อยู่กับพื้นฟังกระสุนเฉียดหัวผ่านไป กำลังจะพลิกตัวไปกำจัดพลปืนกลพวกญี่ปุ่น บูม! เสียงระเบิดดังกึกก้อง
ด้านซ้ายของเขาระยะ 30 เมตร ระเบิดเป็นก้อนควันพร้อมดินโดนเหวี่ยงขึ้นฟ้า ใบไม้กับเศษหินร่วงหล่นลงมา คลื่นแรงระเบิดกระแทกจนแน่นอก
ครกหมายระเบิดนั่นเอง
ไม่รอเสียงกระสุนลูกที่สอง เซี่ยเทียนหัวเก็บปืน ก้มตัวต่ำสอดไปทางด้านหลัง
“เฮ้ย เล่นนักส่องเล็งครกสินะ ได้ รอแว้นไปด้วย แว้นขอย้ายก่อนละกัน”
ป่าไม้เล็ก ๆ นี้ไม่ได้กว้างอะไร ขอบเขตแค่ไม่กี่สิบเมตร พอเซี่ยเทียนหัววิ่งถึงขอบป่า กระสุนครกลูกที่สองก็ตกลงข้างต้นไม้ใหญ่ที่เขาเพิ่งซ่อนตัวอยู่ ลำต้นโดนฟันเฉียงออกไปเป็นแผ่นใหญ่ เศษไม้กระเด็นฟุ้ง ถ้ายังคุกเข่าอยู่ตรงนั้นเมื่อกี้ คงนอนเย็นยะเยือกไปแล้ว
หลังแถวป่าเป็นพื้นที่โล่งไม่ไกลมีเนินดินต่ำ ๆ ลูกหนึ่ง อยู่ราวไม่ถึงสองร้อยเมตร
“ว้ายมึง คนตายตัวตรงขึ้นฟ้า พ่อไม่เชื่อหรอกว่าพาดผ่ามาได้ไม่นานจะตายในมือพวกหนูญี่ปุ่นสักคน” ใจแกร่งลงเสียแล้ว เซี่ยเทียนหัวกระโดดรี่ออกวิ่งสุดชีวิต
พอออกจากป่า พลปืนกลพวกญี่ปุ่นก็สปอตเขาเจอทันที กระสุนไล่หลังมา พุ่งเข้าดินริมส้นเท้า เศษหินกระเด็นโดนหน้าแข้งเป็นสะเทือนราวกับถูกหวายฟาด
เสียงปืนกลไทป์ 11 ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยเทียนหัวรู้ว่าพลปืนกำลังไล่กวาดตามวิถีที่เขาวิ่ง
ไม่หยุด วิ่งสู่เนินดินต่อไป ขาซ้ายร้อนวูบขึ้นมาทันที เหมือนมีใครเอาท่อนเหล็กแดง ๆ เขี่ยลากผ่านน่อง สะดุดเกือบล้ม เซี่ยเทียนหัวกัดฟันฝืน ชันเข่าขาลากวิ่งต่อไปยังเนินดิน
เหลืออีก 30 เมตร 20 เมตร 10 เมตร พอพุ่งทับลงหลังเนิน กระสุนครกหนึ่งลูกแม่นยำตกลงพื้นที่เขาเพิ่งวิ่งผ่าน ก้อนดินระเบิดโปรยโดนทั้งตัว
เซี่ยเทียนหัวพิงเนินดินหอบหายใจ ก้มมองขาซ้ายหนึ่งครั้ง เส้นเลือดเป็นทางยาวบนน่อง เลือดไหลลงตามน่อง เป็นแค่กระสุนเฉี่ยว ไม่ถึงกระดูก ไม่โดนหลอดเลือด เจ็บก็เจ็บ แต่ยังเดินได้
ถอดกางเกงชั้นในออกมาฉีกเป็นเส้นรัดแผนแน่น มือไม่มีผ้าพันแผล ทำเนื้อทำตัวขัด ๆ ไปก่อน ก็ยังดีกว่าไม่พันอะไรเลย
เงยหน้ามองแผนที่มุมมองรอบทิศ จุดแดงที่เหลืออีก 30 กว่าจุดกำลังกระจายออกสองข้างของป่า ตรงหน้ามีสิบกว่าคนกำลังข้ามพื้นที่โล่งบุกเข้ามาทางเนินนี้ ด้านซ้ายประมาณเจ็ดแปดคนกำลังอ้อมเข้าด้านหลังจากปีก ด้านขวาก็มีจุดแดงขยับอยู่ไม่กี่จุด ความเร็วช้ากว่า
ปืน 98เค เหลือกระสุนราว 60 นัด พออยู่แหละ แค่กำลังยิงตามไม่ทันหน่อย ข้าศึกพวกหนูญี่ปุ่นมันเยอะไป
เซี่ยเทียนหัวพิงหลังเนิน มองพวกญี่ปุ่นที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ดึงลูกเลื่อนตรวจลำกล้อง เปื้อนดินเต็มแต่ไม่ติดขัด เขาเช็ดกลไกด้วยกางเกงชั้นในที่เหลืออยู่ แล้วกระชากลูกกระสุนเข้าลำ เทาไว้ข้างตัว
แล้วหยิบปืนกลไทป์ 11 กับระเบิดมือออกจากคลังเก็บของ ระเบิดมือเรียงรายไว้ทางขวามือ ปืนกลไทป์ 11 บรรจุไวกระสุนวางเด่นตรงกลาง
“กูไม่เคยบอกหรอกว่ากูเก่งแต่ยิงสไนเปอร์ ตายซะล่ะพวกมึง”
รอพวกญี่ปุ่นตรงหน้าเข้าใกล้พอ เซี่ยเทียนหัวหยิบระเบิดมือหนึ่งลูก ดึงห่วงเชือกออก เหวี่ยงแรงเข้ากลางวงของพวกญี่ปุ่น แล้วแผ่ลงกับพื้น นิ้วบีบไกปืนกลไทป์ 11 แน่น กระสุนพุ่งออกจากลำกล้องราวกับลิ้นไฟ
บูม!
ประทัดกรุง ๆ รัวลั่น... กริ๊ง! กรุง ๆ ๆ
ยิงจนหมดสองสายกระสุน พวกญี่ปุ่นด้านหน้าล้มไปเจ็ดแปดคน ที่เหลือพากันแผ่ตัวลงทันที เล็งปืนยิงขึ้นมาที่เนินดิน กระสุนโปรยใส่ยอดเนิน ดินกระเด็นโปรยโดนทั้งตัว
เซี่ยเทียนหัวก้มตัวขว้างระเบิดมืออีกสองลูก แล้วเก็บปืนกลไทป์ 11 ใส่คลังเก็บของ หยิบปืน 98เค ข้างตัวเตรียมย้ายต่อ จุดแดงทางซ้ายที่อ้อมมาเจ็ดแปดตัวกำลังจะถึงปีกเนินแล้ว ไม่ถอยก็จะถูกล้อมแหลกจริง ๆ
กำลังจะลุกวิ่งหนี เซี่ยเทียนหัวกลับพบว่าบนแผนที่มุมมองรอบทิศมีจุดเขียวเนือง ๆ ไหลเข้ามาเมื่อไรไม่รู้ แน่นติดกันเป็นกลุ่มก้อนพุ่งเข้ามาจากทางตะวันตกอย่างรวดเร็ว ความเร็วสุดขีด กลุ่มหัวแถวไม่กี่ตัวพุ่งถึงจุดที่อยู่หลังเขาระยะ 100 เมตรแล้ว
ว้ายมึง มาตอนไหนวะ ตัวเองยังไม่ทันสังเกต เมื่อกี้มัวดุ๊ยดันกับพวกญี่ปุ่นเกินไป
เซี่ยเทียนหัวอึ้งได้ไม่ถึงวินาที ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจ เขาได้ยินเสียงแหบแห้งของเด็กเล็กคนหนึ่ง เสียงแหบจนพร่า ร้องแหลกเหมือนร้องไห้จริง ๆ ว่า “พี่เซี่ย—!”
