เซียนกระบี่
นี่มันโลกเซียนเสียด้วย
เจียงเยว่เฉินนึกว่าเป็นดันเจี้ยนยุคโบราณเสียอีก
“สัตว์ประหลาด... หรือว่าสิ่งที่นางเห็นจะเป็นรูปร่างของโจ๊กเกอร์?”
เจียงเยว่เฉินนึกทบทวนเรื่องราวระหว่างทาง ก่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลงอย่างรวดเร็ว “ข้าแค่สวมหน้ากากของเซียน ที่จริงแล้วข้าเป็นมนุษย์”
“จ...จริงหรือ?” สีหน้าของหญิงวัยกลางคนผ่อนคลายลงมาก นางเช็ดเหงื่อ แต่ยังคงระแวดระวัง พลางดึงเด็กหญิงตัวน้อยไปหลบไว้ข้างหลัง
“ได้ยินมาว่าที่นี่มีสิ่งชั่วร้ายอยู่บ้าง ข้ากับนักพรตในสำนัก... ตั้งใจมาที่นี่เพื่อ... เอ่อ... สืบคดี” เจียงเยว่เฉินพูดจาสุภาพ พยายามใช้ภาษาแบบโบราณให้มากที่สุดเพื่อสื่อสารกับหญิงวัยกลางคน
เมื่อได้ยินว่านางมาช่วย หญิงวัยกลางคนก็มีแววดีใจอยู่หลายส่วน ก่อนถามว่า “ขอเรียนถามว่า เซียนกระบี่ส่งพวกท่านมาหรือ?”
“เอ่อ... จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เจียงเยว่เฉินตอบอย่างลังเล ทั้งยังพูดจาเหลวไหลไปเรื่อย
อย่างไรก็เป็นเนื้อหาในดันเจี้ยน พูดมั่วไปสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว พ่อค้าแม่ค้าหลายคนที่ยืนลุ้นอยู่ข้าง ๆ ก็ผ่อนคลายลงมาก ต่างพากันเข้ามาล้อมวงพูดคุยเสียงดัง
“ที่แท้เซียนกระบี่ก็ส่งคนมา”
“ชุดนักพรตแปลกตาไปหน่อย อย่าถือสาที่พวกเราระแวงกันเลย”
“ใช่ ๆ จู่ ๆ ในเมืองก็มีคนแต่งตัวประหลาดเข้ามาตั้งเยอะ”
“แต่ดูเหมือนจะมาช่วยพวกเรากันทั้งนั้น”
เมื่อได้ยินว่าเจียงเยว่เฉินมาจัดการสิ่งประหลาด ผู้คนต่างก็มีแววซาบซึ้งใจเพิ่มขึ้น และพ่อค้าคนหนึ่งยังส่งหมั่นโถวให้เจียงเยว่เฉินด้วย
ตัวละครในดันเจี้ยนพวกนี้ตอบสนองสมจริงเกินไปแล้ว เหมือนคนจริง ๆ ไม่มีผิด
