ในค่ำคืนสีชาดช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 3056 ตามปฏิทินรุ่งอรุณ
แม้แต่ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้ ก็ยังมองเห็น “ดวงอาทิตย์” ดวงหนึ่งผุดขึ้นเหนือเมืองหย่วนเจียง
ในจังหวะเดียวกับที่ห่าฝนแสงสีชาดชวนขวัญผวาร่วงหล่นลงมา กองกำลังอาวุธนิวเคลียร์ระลอกที่สองของ “เงาตามสายฟ้า” ก็มาถึงน่านฟ้าเหนือสนามรบแล้ว
ครั้งนี้ หลิงอวี้ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“เงาตามสายฟ้า” หลายลำเร่งความเร็วถึงขีดสุด พุ่งดิ่งเข้าใส่ภูเขาเนื้อขนาดมหึมาราวกับสายฟ้าสีเทาหลายสาย
พวกมันอาศัยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด บินฝ่าหนวดจำนวนมหาศาลไปจนถึงระยะไม่ถึง 1 กิโลเมตร
ทิ้งระเบิดในระดับความสูงต่ำสุด
คราวนี้คือระเบิดไฮโดรเจนทางยุทธวิธีที่มีอานุภาพสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาหาได้ในตอนนี้
ชั่วพริบตา แสงเจิดจ้ารุนแรงเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูดก็ปกคลุมทั่วผืนฟ้าและผืนดิน
ลูกไฟสีขาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 1 กิโลเมตรเบ่งบานขึ้นตรงใจกลางสัตว์ประหลาดยักษ์ ร่างส่วนหน้าหนึ่งในสามของมันแปรสภาพเป็นพลาสมาในชั่วขณะนั้น
หนวดนับร้อยเส้นละลายและระเหยไปทันทีท่ามกลางรังสีความร้อน ราวกับเทียนไขที่ถูกเปลวไฟจากหัวพ่นเผา
ใบหน้ามนุษย์นับไม่ถ้วนบนฐานดอกบัวบิดเบี้ยวและกรีดร้อง ก่อนสลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา
อากาศอัดแน่นจากแรงระเบิดแผ่ขยายออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียง ทุกสิ่งภายในรัศมีทำลายล้าง ทั้งทะเลดอกไม้ โคลนเลือด และซากยักษ์ ล้วนถูกซัดกระเด็น แหลกละเอียด และกระจายหายไป
ขณะเดียวกัน ลูกแสงสีชาดหลายร้อยลูกก็พุ่งกระแทกโล่ “ท้องฟ้า” จากอีกด้านหนึ่ง
พื้นดินในเขตอันหลานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกสองทิศทางนานเกือบ 10 วินาที
เมื่อแสงจางลง โล่ “ท้องฟ้า” ที่ปกคลุมทั่วเขตอันหลานก็เต็มไปด้วยรอยร้าวราวใยแมงมุม ก่อนแตกละเอียดเป็นชิ้น ๆ ดุจกระจก แล้วสลายเป็นจุดแสงกระจายทั่วฟ้า
ส่วนพุ่มดอกไม้ยักษ์หนาทึบกลางทะเลดอกไม้ก็ถูกระเบิดจนกระจัดกระจาย ไม่เหลือความสามารถที่จะโจมตีอีก
สัตว์ยักษ์ที่อยู่ไกลออกไปสูญเสียปริมาตรไปเกือบครึ่ง ร่างมหึมาโงนเงนใกล้ล้ม บนตัวเต็มไปด้วยบาดแผลน่าสยดสยองที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น ของเหลวสีแดงคล้ำไหลทะลักลงมาราวน้ำตก
