หลินอู้นำหน้า ลู่จั๋วเดินตามหลัง สายตาของเขาเลื่อนมองท้ายทอยของนางอย่างระมัดระวัง
“เหตุใดเจ้าจึงย้ายบ้าน?” เขาถามเสียงเบา
หลินอู้ปรายตามองเขา “เจ้ารู้ได้อย่างไร หรือว่าแอบบุกรุกบ้านข้าอีกแล้ว?”
ลู่จั๋วรีบส่ายหน้า “เปล่า! เจ้าไม่ตอบข้าเสียที ข้าแค่อยากไปดูว่าเจ้าเป็นอย่างไร แต่กลับไม่พบเจ้า...”
ยังจะบอกว่าเปล่าอีก คนผู้นี้มีแววจะเป็นพวกสะกดรอยตามได้ดีทีเดียว
หลินอู้หันกลับมา มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ลู่จั๋วสูงมาก น่าจะราว 190 เซนติเมตร ไหล่กว้างขายาว สวมเสื้อกั๊กหนัง ตรงเอวออกแบบคล้ายสายรัด กล้ามเนื้อทั่วร่างแน่นกระชับ
หน้าตาหล่อเหลาจริง ๆ
นางอดยื่นมือออกไปไม่ได้ ปลายนิ้วเรียวขาวจิ้มหน้าท้องเขาเบา ๆ
แข็งชะมัด
ร่างลู่จั๋วแข็งทื่อ ใบหูพลันร้อนผ่าว
เขาคว้ามือนางไว้ตามสัญชาตญาณ เสียงแหบพร่าลงไปครึ่งหนึ่ง “ฮูหยิน...”
หลินอู้สะบัดมือออกอย่างกับถูกลวก ใบหน้าเล็กแดงก่ำ “ใครเป็นฮูหยินของเจ้า!”
นางถอยหลังไปครึ่งก้าว อกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโห ก่อนจะถลึงตามองเขาอีกครั้ง
ลู่จั๋วมองใบหน้านาง ลูกกระเดือกขยับกลืนน้ำลาย เขาไม่กล้าพูดออกไปว่า ‘เจ้าจับข้าแล้วก็ต้องรับผิดชอบ’
หลินอู้คร้านจะถือสาเขา หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโอนเงินให้เขาจำนวนหนึ่งเหมือนที่เคยทำ
โทรศัพท์ของลู่จั๋วสั่น เขาก้มลงมอง ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนจากแดงเป็นซีด ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น
“เด็กดี เจ้าเป็นอะไรไป? เหตุใดจู่ ๆ ถึงโอนเงินให้ข้า?” น้ำเสียงเขาแผ่วลง ฟังดูน่าสงสารจับใจ “ข้ามีเงินมากมาย ไม่ต้องการเงินของเจ้า...”
หลินอู้เท้าเอวทั้งสองข้าง มองเขาอย่างดุดัน “รีบรับเงินไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่สนใจเจ้าอีก!”
ลู่จั๋วเม้มปาก คล้ายสุนัขตัวโตที่ถูกเจ้าของอบรม เขาอ้อยอิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนกดรับเงิน