ซ่งชิงเหอไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็ปิดประตูลง
หลิวซิ่วที่อยู่ในห้องไม่ได้พูดอะไรทันที เอาแต่เดินไปเดินมาไม่หยุด ท่าทางกระวนกระวายอย่างมาก
ลู่หวยเฉินเห็นแม่ของตัวเองเป็นแบบนั้น จึงอดถามไม่ได้ “แม่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?”
“ยังมีหน้ามาพูดอีก แกคิดจะใช้ชีวิตให้ดี ๆ ไหม ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า? ถ้าเบื่อชีวิตนักก็ลงไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อแกสิ ฉันไม่ห้ามหรอก!” หลิวซิ่วกดเสียงต่ำ ด่าลูกชายราวกับด่าเด็กเหลือขอ
“ตอนนี้ก็มีลูกแล้ว ซ่งชิงเหอก็ยอมใช้ชีวิตดี ๆ กับแกแล้ว แต่กลับเป็นแกที่หาเรื่องไม่เลิก ไปก่อเรื่องเหลวไหลพวกนี้ขึ้นมาอีก แกยังอยากมีชีวิตอยู่ไหม ยังเห็นแก่ครอบครัวกับเครื่องแบบที่สวมอยู่บ้างหรือเปล่า!”
หลิวซิ่วยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห เงื้อมือตีหัวลู่หวยเฉินไปทีหนึ่ง
ลู่หวยเฉินไม่กล้าหลบ เขารู้สึกว่าแรงแม่ดูเหมือนจะมากกว่าแต่ก่อนเยอะ ตีจนหัวเขาอื้ออึงไปหมด
“แม่ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดต่อซ่งชิงเหอ และก็ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเครื่องแบบทหารที่สวมอยู่ด้วย” เขาพูดเสียงขรึม
หลิวซิ่วหัวเราะเยาะ “แล้วผู้หญิงแซ่ซูนั่นมันยังไง? เมื่อวานทำไมแกถึงให้เธอไปรับพวกเราที่สถานีรถไฟ? แกรู้ไหมว่าตอนนี้คนข้างนอกเขาลืออะไรกัน?!”
หลิวซิ่วรู้ดีเหลือเกินว่าข่าวลือมีพิษสงแค่ไหน ในหมู่บ้านก็เคยมีคนถูกข่าวลือบีบจนกระโดดน้ำฆ่าตัวตายมาแล้ว
ลู่หวยเฉินกล่าวว่า “แม่ เมื่อวานผมไม่ได้เรียกสหายซูไปรับพวกแม่ แล้วระหว่างผมกับเธอก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมจะไม่ไปข้องเกี่ยวกับเธอด้วย”
