หลิวซิ่วเห็นลู่หวยเฉินออกมา แถมยังทำท่าทางมีพิรุธขนาดนี้ ในสายตาของเธอ แววตาของอีกฝ่ายช่างดูร้อนตัวเสียเหลือเกิน
เธอรีบก้าวไปขวางหน้าซูเสวี่ยถิง แล้วผลักอีกฝ่ายเข้าไปในบ้าน “เข้าไปเถอะ ๆ พวกเธอเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”
ส่วนสายตาของซูเสวี่ยถิงก็เกาะติดอยู่กับลู่หวยเฉินทันที พูดให้ถูกคือเกาะอยู่กับเด็กน้อยในอ้อมแขนของเขา
ขาวผ่องน่ารักน่าชัง แก้มยุ้ยจนเธออยากงับสักคำ
“อ๊ะ นี่เป็นพี่ชายหรือน้องสาว น่ารักจังเลย...” เสียงของเธอเพี้ยนไปเล็กน้อยตรงคำสุดท้าย เพราะหลิวซิ่วกำลังใช้ศอกกระทุ้งแขนเธอแรง ๆ เร่งให้เข้าไปในบ้าน แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ซ่งชิงเหอกับซูเสวี่ยถิงถูกหลิวซิ่วผลักเข้าไปในห้องโถง จากนั้นเธอยังช่วยปิดประตูให้ด้วย
ซูเสวี่ยถิงรู้สึกอึดอัดใจปนกระดากอาย บรรยากาศก็ชวนกระอักกระอ่วน เธอหัวเราะแห้ง ๆ สองที “คุณป้าช่างเอาใจใส่จริง ๆ นะคะ”
รู้อย่างนี้แล้วว่าต้องอึดอัดขนาดนี้ เธอคงไม่มาเสียก็ดี
ซ่งชิงเหอไม่ได้คิดอะไร เธอมองออกว่าแม่สามีกำลังระแวดระวัง ข่าวลือในเขตบ้านพักครอบครัวทหารเธอก็ได้ยินมาหมดแล้ว แม่สามีออกไปซื้อผักทุกวัน ใช้เวลาเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกนานกว่าเธอเสียอีก เรื่องนินทาที่ได้ยินย่อมมีมากกว่าเธอแน่นอน
เธอผายมือเชื้อเชิญ “คุณซู เชิญนั่งค่ะ วันนี้มาหาฉันมีธุระอะไรหรือคะ?”
เธอค่อนข้างอยากรู้ว่าจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายมาวันนี้คืออะไร
ซูเสวี่ยถิงรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก เธอพบว่าซ่งชิงเหอนอกจากจะหน้าตาสวยแล้ว ยังดูมีบุคลิกดีอีกด้วย แม้เสื้อผ้าที่สวมจะเรียบง่าย แต่กลับดูไม่ธรรมดาเลย
เธอถูมือไปมา “เอ่อ คุณซ่ง ฉันอยากถามว่าปกติคุณใช้ครีมอะไรทาหน้าคะ ผิวคุณดูขาวเนียนมากเลย”
