“คิก ๆ ๆ...” หลิวซิ่วกับป้าเจิ้งมองท่าทางของหวังเจาเตี้ยนแล้วหัวเราะกันจนตัวงอ
ยิ่งมองแม่สาวอ้วนคนนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอฉลาดจริง ๆ
พอหวังเจาเตี้ยนได้ยินเสียงหัวเราะของทั้งคู่ก็หันกลับมา สะดุ้งจนตกใจ “เฮ้ย! พวกคุณสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!”
พูดจบก็รู้สึกว่าน้ำเสียงตัวเองฟังดูไม่ค่อยดี กลัวหลิวซิ่วกลับไปฟ้องซ่งชิงเหอ จึงรีบแก้ตัว “แหะ ๆ ป้าหลิวมาทำไมคะ คิดถึงฉันเหรอ?”
หลิวซิ่ว: …
พูดจาน่าเข้าใจผิดอะไรแบบนี้เนี่ย
เธอกวักมือเรียกหวังเจาเตี้ยน น้ำเสียงสนิทสนมกว่าทุกที “สหายหวัง ออกมาหน่อยสิ ฉันมีเรื่องอยากถามนิดหน่อย”
หวังเจาเตี้ยนตอบ “ได้เลย!”
วันนี้ป้าหลิวดูใจดีเป็นพิเศษ เธอจึงรีบสวมรองเท้าแล้ววิ่งออกไปอย่างร่าเริง
พอหวังเจาเตี้ยนออกจากประตู ป้าเจิ้งก็ลากเธอเข้ามาหาทันที แล้วถามอย่างตื่นเต้น “เธอผลักซ่งชิงหย่าจนล้ม ฟันหน้าหลุดไปซี่หนึ่งใช่ไหม?”
ป้าเจิ้งกับหลิวซิ่วจ้องหวังเจาเตี้ยนไม่วางตา ในแววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นที่ได้เผือก
เรื่องนี้สดใหม่จากเตาเลยนะ
หวังเจาเตี้ยนตกใจจนตาโต หลุดปากถาม “พวกคุณรู้ได้ยังไง?!”
พูดจบก็รู้ตัวว่าหลุดปาก รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน “อะไรคะ ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย อย่าพูดมั่วสิ”
ใบหน้าแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศ ดวงตาก็เหลือบซ้ายแลขวา ดูมีพิรุธสุด ๆ
เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเลย ซ่งชิงหย่ารับเงินไปแล้วก็รับปากว่าจะไม่แพร่งพราย ทำไมข่าวถึงแพร่ออกมาเร็วขนาดนี้ หรือเป็นคนในโรงพยาบาลกันนะ?
