ตอนนี้รูปร่างของหวังเจาเตี้ยนใหญ่โตมาก ซ่งชิงเหอจึงกลัวว่าถ้าอีกฝ่ายดิ้นขึ้นมา เธอจะปักเข็มไม่ถนัด ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ก่อนที่เธอจะทันปักเข็ม หวังเจาเตี้ยนก็คิดจะหนีแล้ว บรรยากาศกดดันจนแทบทนไม่ไหว เธอรู้สึกว่าวันนี้คงต้องมาตายอยู่ตรงนี้แน่
“ฉันไม่อยากตายนะ!” เธอร้องเสียงหลง พลางจะกระโดดลงจากเตียง แต่ซ่งชิงเหอไวกว่า รีบขวางเอาไว้ทันที
หูหลีเจวียนพุ่งเข้ามากดเธอกลับลงบนเตียงทันควัน อู๋ลี่ลี่กับโจวหมิงตามมาติด ๆ ทั้งสามคนช่วยกันกดหวังเจาเตี้ยนเอาไว้ ราวกับกำลังจับหมูเตรียมเชือด
เมื่อต้องเผชิญกับภาพตรงหน้า หวังเจาเตี้ยนขนลุกซู่ สัญญาณเตือนภัยในใจดังลั่น รู้สึกเหมือนใกล้จะตายอยู่รอมร่อ แต่ก่อนที่เธอจะทันดิ้นรนอีกครั้ง เข็มเงินก็หลุดจากมือซ่งชิงเหอ พุ่งตรงไปปักบริเวณไหปลาร้าของเธอ
วินาทีต่อมา หวังเจาเตี้ยนก็หมดแรงจนไม่อาจดิ้นได้อีก ร่างทั้งร่างทรุดลงบนเตียง ตอนนี้นอกจากลูกตาที่ยังขยับได้แล้ว ส่วนอื่น ๆ ของเธอล้วนขยับไม่ได้ทั้งสิ้น
ดูเหมือนจะสูญเสียเรี่ยวแรงและทางสู้ไปจนหมด
หูหลีเจวียนร้องด้วยความตกใจว่า “เธอตกใจจนเป็นลมไปแล้วหรือ?!”
“ป้าหู ลูกตาเธอยังขยับได้นะคะ” อู๋ลี่ลี่เตือนจากข้าง ๆ น้ำเสียงเจือความอยากรู้อยากเห็น
ดวงตาของหวังเจาเตี้ยนมีขนาดปกติ แต่เพราะเธออ้วนมาก เนื้อบนใบหน้าจึงเบียดจนดูเล็กลง ตอนนี้ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ภายในเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อ
สายตาที่เธอมองซ่งชิงเหอราวกับกำลังมองเพชฌฆาตไร้หัวใจ
หูหลีเจวียนเหลือบมองดวงตาที่เบิกกว้างของหวังเจาเตี้ยน ก่อนจะเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “จริงด้วย! ชิงเหอ เธอทำอะไรลงไปเนี่ย เก่งเกินไปแล้ว!”
