หลิวซิ่วได้ยินซ่งชิงเหอพูดแบบนั้นก็พยักหน้า “แล้วตอนนี้เธอคิดยังไงกับครอบครัวเดิมของเธอล่ะ?”
ถ้าไม่นับคนตระกูลซ่ง สะใภ้คนนี้ก็...
ช่างเถอะ จะไม่นับได้ยังไง
ถ้ายัยนี่ไม่ตัดขาดกับคนตระกูลซ่ง เธอก็จะยอมทำทุกทางเพื่อทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองคนพังลง
พอได้ยินหลิวซิ่วถามแบบนั้น ใบหน้าของซ่งชิงเหอก็เผยความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอสูดหายใจลึก ก่อนเอ่ยว่า “พวกนั้นมันเดรัจฉานที่สวมหนังคน ซ่งชิงหย่าชอบแย่งของของฉันมาตั้งแต่เด็ก แถมยังชอบแอบรังแกฉันลับหลัง
โตขึ้นก็ผลักฉันตกอ่างเก็บน้ำเพื่อแย่งคู่หมั้นของฉัน ตอนนี้ฉันคลอดลูกแฝดชายหญิงแล้ว ยังคิดจะขายลูกฉัน ขายฉัน รีดเอาผลประโยชน์จากตัวฉันจนหมด พวกนั้นมันเดรัจฉานชัด ๆ!”
เธอพูดด้วยความเคียดแค้นจนกัดฟันแน่น
หลิวซิ่วมีสีหน้าประหลาดใจ “อ้าว ที่แท้เธอก็รู้อยู่แล้วนี่”
เธอนึกว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นเหมือนคนโง่ ไม่รู้อะไรเลยเสียอีก
ซ่งชิงเหอ: …
เจ้าของร่างเดิมก่อนหน้านี้เป็นคนโง่ที่คิดอะไรไม่กระจ่างจริง ๆ
“แม่ เราต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ตอนนี้ฉันเกลียดคนตระกูลซ่งจนแทบตาย ต่อไปไม่มีทางไปมาหาสู่กับพวกนั้นอีกแล้ว ต่อให้ไป ก็จะไปขุดหลุมศพพวกนั้น ฉันอยากเอาเถ้ากระดูกพวกนั้นไปโปรยให้หมดด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของซ่งชิงเหอสั่นเล็กน้อย ขอบตาก็มีเส้นเลือดฝอยขึ้นจาง ๆ
ทั้งหมดนี้คือความเกลียดชังอันรุนแรงที่หลงเหลืออยู่ในร่างของเจ้าของร่างเดิม
หลิวซิ่วมองซ่งชิงเหอที่มีใบหน้าเปี่ยมด้วยความแค้นแล้วถอนหายใจในใจ ก่อนเลื่อนขาหมูบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าเธอเข้ามาใกล้ “ไม่ใช่ว่าอยากกินน้ำจิ้มเผ็ด ๆ เหรอ? เดี๋ยวแม่ทำให้”
