“ในเมื่อคุณปักใจแล้วว่าซ่งชิงเหอเป็นสิบแปดมงกุฎ ฉันก็ไม่ห้ามหรอก รอดูแล้วกันว่าเธอจะทำให้ผู้กองลู่ลุกขึ้นยืนได้จริงไหม” ผู้อำนวยการเหรินพูดขึ้น
ที่จริงเขาก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกัน เขาเคยดูฟิล์มเอกซเรย์ของผู้กองลู่ และเข้าใจแผนการรักษาดี ทุกครั้งที่มีการประชุมหารือเรื่องขาทั้งสองข้างของผู้กองลู่ เขาก็เข้าร่วมตลอด
เขาเข้าใจอาการของขาทั้งสองข้างของผู้กองลู่ดี ถึงขั้นคิดว่าแม้แต่เทพเซียนลงมาก็ช่วยไม่ได้ แต่ตอนนี้ภรรยาของผู้กองลู่กลับเริ่มรักษาให้เขา แถมยังพูดตรง ๆ ว่าอีกไม่นานก็จะทำให้ผู้กองลู่ลุกขึ้นยืนได้
ต่อให้คุณหมอจ้าวกับคนอื่น ๆ พูดเสียจนดูเหลือเชื่อ ในใจเขาก็ยังไม่ค่อยเชื่ออยู่ดี แต่ขณะเดียวกันก็แอบคาดหวังอยู่บ้าง พรุ่งนี้เขาคิดว่าตัวเองต้องไปดูให้เห็นกับตา
ผู้อาวุโสเจิงค้านเสียงดัง “ไม่ได้ จะทำแบบนี้ไม่ได้ ต้องสั่งหยุดการรักษาของเธอ เธอกำลังทำเรื่องเหลวไหล ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ชีวิตที่เหลือของผู้กองลู่จะทำยังไง?”
เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสเจิงไม่ยอมฟังเหตุผล ไฟโกรธในใจผู้อำนวยการเหรินก็ปะทุขึ้น เสียงของเขาดังขึ้นตามไปด้วย “จะทำยังไงอะไรล่ะ พวกเขาสองคนต่างเต็มใจทั้งคู่ แล้วซ่งชิงเหอก็ไม่ใช่คนของโรงพยาบาลทหาร ยิ่งไม่ใช่คนในกองทัพ เธอเป็นแค่สมาชิกครอบครัวทหาร เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ที่พวกเราต้องเข้าไปยุ่ง ผู้การหลิวยังไม่พูดอะไรเลย คุณก็เลิกก่อเรื่องได้แล้ว!”
“ผลที่ตามมาพวกเขาก็รับผิดชอบกันเองได้ ไม่ต้องให้คนที่ไม่เคยเห็นหน้าเธออย่างคุณมาคอยเป็นห่วง!”
