*
หลายวันต่อมา ป้าเจิ้งไปบ้านตระกูลเผิงทุกวัน เพื่อเอาอาหารบำรุงกับข้าวไปให้ต้าหยา บางวันป้าเจิ้งเป็นคนทำ บางวันหลิวซิ่วทำ หากบ้านไหนมีของที่เหมาะกับต้าหยา หรือเป็นของที่ต้าหยาชอบ ก็จะส่งไปให้
เพียงไม่กี่วัน สีหน้าของต้าหยาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยฟกช้ำและบาดแผลตามตัวก็ได้รับยาขี้ผึ้งที่ซ่งชิงเหอปรุงให้ ตอนนี้หายสนิทแล้ว
ทุกวันนี้เธอกินอิ่มนอนหลับดี ทว่าใบหน้าเล็ก ๆ กลับไม่มีแววร่าเริง ซ้ำยังดูเศร้าหมองกว่าเดิมเสียอีก
ถึงตอนนี้เด็กหญิงจะไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องถูกตีแล้ว แต่กลับถูกคนในบ้านเมินเฉย ทุกคนทำเหมือนไม่มีเธออยู่
เผิงเฉิงไฉยังแวะเข้ามาถ่มน้ำลายใส่เธอเป็นครั้งคราว
แม้แต่ผู้ใหญ่ยังอาจรับมือกับการถูกเมินเฉยแบบนี้ไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กเจ็ดขวบ
ทุกครั้งที่ป้าเจิ้งมาหาแล้วเห็นต้าหยาทำหน้าอมทุกข์ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง แต่เด็กหญิงกลับปลอบเธอว่าไม่เป็นไร รอให้พ่อแม่หายโกรธแล้ว พวกเขาก็คงไม่ทำกับเธอแบบนี้อีก
ป้าเจิ้งสงสารจับใจ ความคิดที่จะพาต้าหยาออกไปจากบ้านยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที
……
ซ่งชิงเหอกับหลิวซิ่วได้ฟังป้าเจิ้งพูดถึงต้าหยาทุกวัน ทั้งเรื่องสภาพความเป็นอยู่และอารมณ์ของเด็กหญิง
เห็นได้ชัดว่าความเป็นแม่ของเธอกำลังล้นทะลัก จนแทบอยากแอบพาต้าหยากลับบ้านกลางดึกเสียเดี๋ยวนั้น
วันหนึ่ง ป้าเจิ้งเดินเข้าลานบ้านมาก็ถามซ่งชิงเหออย่างร้อนใจว่า “ชิงเหอ ฉันต้องทำยังไงถึงจะให้ต้าหยามาอยู่บ้านฉันได้ ฉันทนคนบ้านเผิงไม่ไหวแล้ว ไม่รักก็ปล่อยไปสิ จะเก็บไว้ทำไม ถ้าไม่คิดจะใส่ใจให้ดี ต้าหยาเกิดมาในบ้านนั้นช่างโชคร้ายจริง ๆ!”
