“จะกินข้าวหรือจะนอนต่ออีกหน่อย?” หลิวซิ่วถามซ่งชิงเหอ เสียงคนคุยกันข้างนอกคงยังไม่เงียบลงในเร็ว ๆ นี้
ซ่งชิงเหอหาวหวอดแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง “ฉันจะไปดูว่าลุงใหญ่กินขี้หมูยังไง”
พูดจบเธอก็ลุกจากเตียง เตรียมออกไปแปรงฟันล้างหน้าในลานบ้าน จะได้ตาสว่างแล้วดื่มน้ำจากธารน้ำวิเศษสักหน่อย
เห็นเธอลุกขึ้น หลิวซิ่วก็พูดว่า “แปรงฟันเสร็จแล้วรีบเข้ามา อย่าเดินวนอยู่ข้างนอก ระวังจะโดนลม”
หลิวซิ่วพบว่าหลานสะใภ้คนนี้ชอบออกไปข้างนอกเหลือเกิน ต้องไปล้างหน้าแปรงฟันในลานบ้านให้ได้ เอาน้ำเข้ามาในห้องก็ไม่ยอม
ซ่งชิงเหอรับคำแล้วออกไปล้างหน้าแปรงฟันที่นอกห้อง ดูเหมือนจะมีคนมารวมตัวกันอยู่หน้าลานไม่น้อย พวกเขายืนคุยเรื่องซุบซิบกันพอดี หัวข้อหลักคือซ่งว่าวจินทำหลังคาพังแล้วตกลงไปในคอกหมู
เธอล้างหน้าแปรงฟันไปพลาง ฟังเรื่องราวไปพลาง
คร่าว ๆ คือเมื่อคืนซ่งว่าวจินกลับบ้านหลังออกตรวจเวร ไม่นานก็ไปทำคานหลังคาคอกหมูพัง แถมยังได้กินขี้หมูเข้าไปเต็มปาก ลูกชายสองคนต้องหามส่งสถานีอนามัยกลางดึก ตอนนั้นเขาหมดสติไปแล้ว
ได้ยินว่าขาหักด้วย
“เธอว่าเขาจะปีนขึ้นไปบนคานทำไม ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองตัวใหญ่ขนาดไหน คนทั้งบ้านผอมโซกันหมด ข้าวปลาอาหารของตระกูลซ่งแต่ละวันถูกเขากวาดลงท้องคนเดียวหมด ไอ้อ้วนตุ้ยนุ้ยนั่นยังไม่รู้จักแบ่งให้เมียกับลูกกินบ้างเลย”
“บางทีบนคานอาจมีอะไรซ่อนอยู่ก็ได้ บ้านไหนเขาปีนขึ้นคานกันกลางดึกล่ะ…”
“อย่าพูดไป คานเก่านั่นต้องซ่อนของไว้แน่ ๆ ช่วงนี้หมู่บ้านเรากำลังมีโจรขึ้นบ้านไม่ใช่เหรอ บ้านเขาคงเอาสมบัติที่มีไปซ่อนไว้บนนั้นแหละ”
