“ตาแก่นั่นเอาเสื้อผ้าเด็กมาฝากอีกตั้งเยอะ ชิงเหอ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราคงตั้งแผงขายข้างนอกได้แล้วละ” หลิวซิ่วพูดพลางจัดเสื้อผ้าเด็กที่ผู้อาวุโสฉีเอามาให้วันนี้
เธอไม่เคยเจอคนแก่คนไหนเหมือนผู้อาวุโสฉีเลย ทำตัวเหมือนเด็กที่ไม่ยอมโต
เขาเอาของมาให้ไม่หยุด แถมยังจงใจเลือกเวลาที่ชิงเหอไม่อยู่ บางครั้งหลิวซิ่วกำลังตากผ้าอยู่ในลานบ้าน อีกฝ่ายก็ปั่นจักรยานมาถึง แล้วโยนของจากด้านนอกเข้ามาข้างใน พูดสักคำก็ไม่พูด ก่อนจะรีบหนีไป
ราวกับกลัวว่าพวกเธอจะเอาของไปคืนอย่างนั้นแหละ
ซ่งชิงเหอมองถุงใบใหญ่ใบน้อยในห้องโถงกลางแล้วก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
พูดตามตรง ก่อนจะได้รู้จักผู้อาวุโสฉี เธอไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้
ซ่งชิงเหอพูดว่า “เก็บไว้ก่อนเถอะ ไว้ฉันหาโอกาสเอาไปคืนให้เขา”
ของตั้งมากมายขนาดนี้ เธอสงสัยจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายขนของในบ้านมาเกือบหมดแล้วหรือเปล่า
หลิวซิ่วพยักหน้า “งั้นเก็บทั้งหมดเลยไหม แล้วพวกขนมกับน้ำอัดลมนี่ล่ะ? ยังมีเนื้อที่ซื้อมาอีกด้วย”
ของพวกนี้กินหมดได้
ซ่งชิงเหอคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ของที่กินได้ก็กินไปเถอะ แค่อย่าไปแตะของมีค่าพวกนั้นก็พอ”
ถ้าเอาของทุกชิ้นไปคืนโดยไม่แตะต้องเลย ตาแก่นั่นคงไม่ยอมแน่ ส่วนเธอก็ไม่มีทางรับของมีค่าขนาดนั้นได้ เลยทำได้แค่จัดการไปก่อนแบบนี้
หลายวันมานี้ เธอพอจะเข้าใจนิสัยของผู้อาวุโสฉีแล้ว ความคิดที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนไปบ้าง แม้ตาแก่นั่นจะอารมณ์ร้ายและชอบทำเรื่องดี ๆ ให้กลายเป็นเรื่องยุ่ง แต่เนื้อแท้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่มีข้อเสียจุกจิกเต็มไปหมด
