หลินฮวาไม่มีเวลาไปต่อปากต่อคำกับหวังเนี่ยน อุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขนแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน หวังเนี่ยนพลันลนลานขึ้นมา จึงกระทืบเท้าก่อนรีบตามไป
เดิมทีเธอกับแม่ตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนหลินฮวาไม่อยู่ สั่งสอนเฉินชูอวิ๋นสักหน่อย ใครใช้ให้อีกฝ่ายเอาแต่พูดเรื่องหย่าติดปาก คิดจริง ๆ หรือว่าบ้านเธอทำจากกระดาษ
ไม่คิดเลยว่าหลินฮวาจะกลับมาเร็วขนาดนี้ เวลายังไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำ
หลินฮวาอุ้มเด็กเข้าไป พอเห็นภาพข้างในก็แทบหน้ามืด ลูกสาวที่ควรนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงหลังคลอดกลับถูกลากลงไปอยู่ข้างเตียง อากาศหนาวขนาดนี้ แต่บนตัวกลับมีเสื้อผ้าบาง ๆ เพียงชุดเดียว
หน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่ก่อนหน้านี้ก็ถูกเปิดอ้ากว้าง ลมหนาวจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือพัดพาเม็ดทรายละเอียดเข้ามาในห้อง จนไม่เหลือไออุ่นแม้แต่น้อย
เฉินชูอวิ๋นกุมท้องน้อย ใบหน้าซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูอ่อนแรงและซูบโทรมอย่างยิ่ง
ส่วนจ้าวอวี้เหมย แม่สามีของเธอ ยืนหัวเราะเยาะอยู่ข้าง ๆ บนพื้นยังมีจานที่แตกกระจาย ภาพนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าแม่สามีใจร้ายกำลังรังแกลูกสะใภ้
พอจ้าวอวี้เหมยเห็นหลินฮวากลับมากะทันหัน รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าก็ชะงักไป ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วน หวังเนี่ยนที่ตามเข้ามายืนอยู่ด้านหลังหลินฮวา พยายามส่งสายตาให้แม่อย่างร้อนรน
“แม่...” เฉินชูอวิ๋นที่ขดตัวอยู่บนพื้น มือกุมท้องไว้ พอเห็นหลินฮวากลับมา ความอัดอั้นและความคับแค้นที่ไร้ทางระบายก็เหมือนได้พบทางออก เธอร้องเรียกด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนน้ำตาจะไหลพราก
