ซ่งชิงเหอรู้สึกว่าสายตาของชายหนุ่มคมกริบ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ไม่ต้องพูดตรงขนาดนั้นก็ได้
“แค่ก ๆ ฉันอยากออกไปเปิดหูเปิดตาจริง ๆ หวังว่าคุณจะเข้าใจนะ” พอพูดออกไป ก็เท่ากับตอบคำถามของลู่หวยเฉินอย่างอ้อมค้อมแล้ว
ถ้าไม่ยอมหย่า แล้วทำไมเธอถึงยังต้องรักษาขาอีก เธอจะอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือไปตลอดชีวิตไม่ได้ และยิ่งไม่มีทางให้ลูก ๆ อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต
ลู่หวยเฉินเงียบไป ความรู้สึกในใจตอนนี้ทั้งสับสนและเจ็บปวด
ซ่งชิงเหอไม่ได้เร่งให้เขาตอบตกลง เพียงปล่อยให้เขาค่อย ๆ คิดเงียบ ๆ การเอาเรื่องขาของตัวเองมาต่อรองกับเขาก็เกินไปอยู่บ้าง แต่เธอจำเป็นต้องทำเช่นนี้
ลู่หวยเฉินนิ่งเงียบไปนานถึงสี่ห้านาที ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันขอพูดถึงความคิดที่มีต่อเธอก่อน เธอเป็นภรรยาของฉัน ฉันก็ควรรับผิดชอบเธอ หนิงหนิงกับซือฉีเป็นลูกของเรา ฉันเองก็อยากให้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์
เธอบอกว่าอยากไปเมืองหลวงหรือที่อื่น ฉันจะไม่ห้าม ฉันจะพยายามขอย้ายไปเมืองหลวงกับกองทัพให้เร็วที่สุด ถ้าถึงตอนที่เธออยากไปแล้วฉันยังย้ายไปไม่สำเร็จ เธอไปก่อนได้ แต่ห้ามหย่า”
นี่คือการยอมอ่อนข้อของเขา
คราวนี้ถึงตาซ่งชิงเหอเงียบไปบ้าง เธอไม่คิดเลยว่าลู่หวยเฉินจะยึดติดกับชีวิตคู่ที่ถูกวางแผนให้ต้องแต่งงานครั้งนี้ขนาดนี้ อดไม่ได้ที่จะถามคำถามเดิมอีกครั้ง “คุณไม่ถือจริง ๆ เหรอที่ในใจฉันมีคนอื่น?”
ลู่หวยเฉินส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด “ไม่ถือ ฉันรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้ใส่ใจกู้หย่วนเลย ช่วงนี้ฉันสังเกตเห็นว่าเธอเปลี่ยนไปมาก เธอไม่ใช่คนเดิมเหมือนก่อนแล้ว หลายอย่างก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน
