ป้าเจิ้งกับหลิวซิ่วอุ้มเด็กน้อยสองคนไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในเขตบ้านพักครอบครัวทหาร ต้าหยาก็ตามไปดูความครึกครื้นด้วย เธอเองก็ชอบหนิงหนิงกับซือฉีเหมือนกัน
ถ้าหนิงหนิงกับซือฉีเรียกเธอว่าพี่สาวได้ก็คงดี เธอคิดว่าน้องชายกับน้องสาวทั้งฉลาดทั้งน่ารัก แค่เธอสอนสักหน่อย รับรองว่าเรียกพี่สาวได้แน่
ต้าหยาอายุยังน้อย แต่ตั้งแต่น้องชายแท้ ๆ เกิดมาก็ช่วยเลี้ยงมาตลอด เมื่อเทียบกับหนิงหนิงน้อยและซือฉีน้อยแล้ว เธอรู้สึกว่าน้องชายตัวเองโง่เหลือเกิน ราวกับลูกหมูที่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
แต่พอมองเด็กน้อยบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ก็พบว่าพวกเขาแทบไม่ต่างจากลูกหมูเหมือนกัน เธอเป็นเด็กฉลาด จึงเข้าใจได้ทันทีว่าหนิงหนิงน้อยกับซือฉีน้อยฉลาดกว่าเด็กทั่วไป
เฉาเหมยที่กำลังนั่งยอง ๆ ซักผ้าอยู่หน้าบ่อน้ำ เห็นแม่สามีกับต้าหยาออกไปทั้งที่ยังไม่ได้กินมื้อเย็น ก็อดเบ้ปากไม่ได้
“ก็ไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของตัวเองสักหน่อย ไม่รู้จะดีใจอะไรนักหนา” เฉาเหมยดูแคลนท่าทีไร้ราคาของแม่สามีเหลือเกิน
โจวจินเสวี่ยที่เดินออกมาจากห้องโถงกลางบังเอิญได้ยินคำบ่นกระปอดกระแปดของเฉาเหมย เธอขมวดคิ้วแล้วเดินเข้าไปพูดทันทีว่า “ถ้าไม่ใช่หลานชายหลานสาวของบ้านเรา งั้นเธอก็คลอดออกมาสักคนสิ ไม้ส่งลูกก็ตั้งไว้ตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เห็นมีวี่แววอะไรเลย มาพูดจาเหน็บแนมอยู่ตรงนี้ทำไม”
ตอนนี้โจวจินเสวี่ยเกลียดเฉาเหมยเข้าไส้ แทบอยากไล่อีกฝ่ายกลับบ้านเดิมไปเดี๋ยวนี้ ดันทุรังอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน พี่ชายใหญ่ของเธอคงติดหนี้เฉาเหมยมาตั้งแต่ชาติที่แล้วจริง ๆ
