หลิวซิ่วชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินไปทางรถทหารทันที ก่อนจะพูดว่า “จำคนผิดแล้ว ชิงเหอ พวกเราไปรอหวยเฉินทางโน้นกันเถอะ”
ไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
ทหารหญิงหน้าตาสวยคนนี้ต้องไม่ใช่คนที่หวยเฉินเรียกมาแน่ ลูกชายของเธอไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่รู้จักเว้นระยะห่างกับผู้หญิงคนอื่น...
ซ่งชิงเหอไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เธอเดินตามหลิวซิ่วไปอีกทาง
ทั้งสองเพิ่งยืนตรงริมทาง ทหารหญิงที่ลงจากรถเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาหา เธอหยุดยืนตรงหน้าซ่งชิงเหอกับหลิวซิ่ว แล้วกวาดตามองซ่งชิงเหอตั้งแต่หัวจรดเท้า
ในแววตานั้นมีทั้งความสงสัยใคร่รู้และสีหน้าทำนองว่าเป็นอย่างที่คิดจริง ๆ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอารมณ์อื่น
พอมองซ่งชิงเหอเสร็จ เธอก็หันไปมองต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าที่ซ่งชิงเหออุ้มอยู่ในอ้อมแขน สีหน้าสนใจใคร่รู้เปลี่ยนเป็นรังเกียจทันที
“เด็กสองคนนี้ทำไมตัวเหลืองขนาดนี้ ป่วยหรือเปล่า!” นอกจากความรังเกียจแล้ว ยังมีความเป็นห่วงเจืออยู่จาง ๆ
หลิวซิ่วรีบขวางอยู่ตรงหน้าซ่งชิงเหอกับลูก ๆ พลางขมวดคิ้วพูดว่า “ไม่เกี่ยวกับคุณ”
น้ำเสียงแฝงความเป็นอริอย่างชัดเจน ถึงอีกฝ่ายจะสวมเครื่องแบบทหาร แถมเมื่อครู่ยังลงมาจากรถทหาร แต่หลิวซิ่วก็ไม่ชอบทหารหญิงคนนี้ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ซูเสวี่ยถิงถึงค่อยมองหลิวซิ่ว แล้วเผยรอยยิ้มเป็นมิตร “คุณป้าหลิวใช่ไหมคะ ฉันได้ยินผู้กองลู่พูดถึงคุณอยู่ ผู้กองลู่ตั้งใจจะมารับคุณกับ...พี่สะใภ้ที่สถานีรถไฟ แต่ก่อนออกมา จู่ ๆ ขาเขาก็ปวดขึ้นมา เลยต้องพักก่อนค่ะ”
