ตอนกินมื้อกลางวัน หูหลีเจวียนเห็นหวังเจาเตี้ยนกวาดอาหารบนโต๊ะจนปากมันเยิ้ม พวกผู้ชายในบ้านออกไปทำงานกันหมดแล้ว เหลือแค่แม่สามีกับลูกสะใภ้อยู่บ้าน
หวังเจาเตี้ยนยัดหมูตุ๋นชิ้นโตเข้าปาก แล้วตามด้วยไข่อีกฟอง ในที่สุดหูหลีเจวียนก็ทนไม่ไหว เอ่ยอย่างจนใจว่า “หวังเจาเตี้ยน นี่เธอกำลังกินล้างแค้นใครอยู่หรือไง?”
ลูกสะใภ้คนนี้ยังจะเอาไว้ได้อีกไหมเนี่ย
หวังเจาเตี้ยนมีอาหารอยู่เต็มปาก เสียงพูดจึงอู้อี้เล็กน้อย “แม่คะ พรุ่งนี้หนูจะเริ่มกินยาแล้ว วันนี้ก็เลยอยากกินให้เยอะหน่อย แม่วางใจเถอะ คราวนี้หนูต้องผอมลงแน่!”
วันนี้กินให้เต็มที่ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มกินให้น้อยลง
ป้าพานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยื่นน้ำเปล่าให้หวังเจาเตี้ยน “ดื่มน้ำหน่อย ระวังติดคอล่ะ”
ถ้าครอบครัวหลีเจวียนไม่ได้มีฐานะดี คงเลี้ยงลูกสะใภ้แบบนี้ไม่ไหวจริง ๆ
“ขอบคุณค่ะป้าพาน” หวังเจาเตี้ยนรับน้ำมาดื่ม
หูหลีเจวียนรู้สึกปวดหัวจนไม่อยากกินอะไรอีก วางตะเกียบแล้วก็คิดจะลุกออกไป
พอหวังเจาเตี้ยนเห็นแม่สามีกำลังจะไป ก็รีบเรียกไว้ “แม่คะ ให้หนูใช้ยาหอมของแม่หน่อยได้ไหม ฮิ ๆ ถ้าหนูผอมลงเมื่อไหร่ ก็น่าจะสวยขึ้นได้บ้างเหมือนกัน”
หูหลีเจวียนหมดแรงแม้แต่จะด่าคนแล้ว จึงโบกมือพลางบอกว่า “ผอมลงให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
จะผอมได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่กลับคิดถึงยาหอมของเธอเสียแล้ว
หวังเจาเตี้ยนมองแผ่นหลังแม่สามีที่เดินจากไป ก่อนเบ้ปากวิจารณ์ว่า “ขี้เหนียวชะมัด”
