อิทธิพลของซ่งชิงเหอในตอนนี้ทำให้ไม่มีใครตั้งข้อสงสัย ทุกคนต่างมองเธอด้วยสายตาที่บอกว่า ‘สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะ’ ในสายตาของคนเหล่านี้ เธอเป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นอย่างแท้จริง
ลองคิดดูสิ แพทย์แผนจีนอายุยี่สิบกว่า ๆ คนไหนจะเก่งกว่าตาเฒ่าประหลาดแห่งวงการแพทย์แผนจีนที่ศึกษาค้นคว้ามาหลายสิบปีได้บ้าง? แม้แต่วิชาซัดเข็มที่ดูเหมือนมีอยู่แค่ในละครโทรทัศน์เธอก็ยังทำได้ แถมยังเย็บแผลได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีใครสงสัยเรื่องนี้หรอก
ระหว่างถอดไหมเย็บแผล เฉินชูอวิ๋นไม่ได้เจ็บหรือรู้สึกไม่สบายมากนัก จากนั้นซ่งชิงเหอก็ฉีดยาชาให้เธอ ก่อนจะเย็บแผลซ้ำอีกครั้ง
ทุกอย่างยังอยู่ในระดับที่เธอรับไหว อีกทั้งการเย็บแผลก็ทำได้รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็เสร็จเรียบร้อย
“โอ้! น่าจะให้ศัลยแพทย์ทุกคนมาเรียนรู้วิธีการของหมอซ่งจริง ๆ ช่างประณีตเหลือเกิน” ชายชราหมอแผนปัจจุบันเอ่ยชื่นชมฝีมือของซ่งชิงเหอ
น่าเสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายรูป ต่อให้มีก็คงบันทึกภาพไว้ไม่ได้ง่าย ๆ แผลตรงตำแหน่งนี้คนไข้ย่อมไม่ยอมให้บันทึกภาพอยู่แล้ว
เมื่อครู่ตอนซ่งชิงเหอลงมือเย็บแผล บุคลากรทางการแพทย์ในห้องผ่าตัดที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ยังทำให้คุณเฉินรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบันทึกภาพเลย
ซ่งชิงเหอถอดถุงมือไปพลางพูดกับเฉินชูอวิ๋นที่หน้าซีดเซียวไปพลาง “ที่เหลือก็พักผ่อนให้ดีนะคะ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพของตัวเองแล้ว”
เฉินชูอวิ๋นพยักหน้า “ขอบคุณหมอซ่งที่เป็นห่วงค่ะ”
ซ่งชิงเหอกำชับอีกสองสามคำก่อนจะออกจากห้องผ่าตัด พอออกมา หลินฮวากับผู้บังคับบัญชาเฉินผู้ชราก็ยืนรออยู่ด้านนอก ทั้งคู่รีบเข้ามาถามทันที “หมอซ่ง เป็นยังไงบ้าง?”
