จงเซียงเหลียนได้ยินซ่งชิงเหอพูดเช่นนั้น ก็รีบยกมือขึ้นลูบหน้า แล้วหัวเราะอย่างเขินอาย
เธอค่อนข้างขี้อาย แต่ก็อดถามอย่างร้อนใจไม่ได้ว่า “หมอซ่งคะ สีหน้าฉันดูแย่มากหรือคะ? จริง ๆ ฉันยังอยู่ไฟไม่ครบเดือนเลย รอไปถึงบ้านสามีแล้วค่อยบำรุงร่างกายน่าจะดีขึ้นค่ะ”
ต้าเหว่ยบอกว่าเธอสวยมาก มีเสน่ห์ที่ผู้หญิงในเมืองไม่มี ผิวก็เนียนละเอียด ไม่หยาบกร้านเหมือนผู้หญิงชนบท
แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองดูไม่สวย ผิวก็ไม่เนียนเหมือนเดิม ใต้ตายังคล้ำ ทั้งตัวเหงื่อแตกไม่หยุด แถมอ่อนเพลียไม่มีแรง
จงเซียงเหลียนกังวลว่าถ้าไปถึงเมืองหลวงในสภาพนี้ ต้าเหว่ยกับพ่อแม่สามีอาจรังเกียจเธอ เพราะอย่างไรเธอก็มาจากชนบท เทียบกับคนในเมืองไม่ได้...
“อุ๊ย! หนูคนนี้ ทำไมยังอยู่ไฟไม่ครบเดือนก็ขึ้นรถไฟมาแล้วล่ะ ฉันว่าแล้วเชียวว่าทำไมดูอ่อนแรงขนาดนี้ ยังอยู่ไฟไม่ครบเดือน แถมลูกก็ต้องอ่อนแอมากแน่ ๆ ทำไมไม่เห็นสุขภาพตัวเองสำคัญเป็นอันดับแรกเลยล่ะ รีบร้อนขนาดนี้จะไปหาสามี แล้วเขารู้หรือเปล่า?” พนักงานรถไฟหญิงขมวดคิ้ว สีหน้าทั้งไม่เห็นด้วยทั้งสงสาร
เธอเองก็มีลูกสาว ถ้าลูกสาวต้องฝืนร่างกายตัวเองแบบนี้ เธอคงปวดใจแทบตาย
จงเซียงเหลียนยิ้มบาง ๆ “สามีฉันรู้ค่ะ เขายังกำชับให้ฉันระวังตัวเป็นพิเศษด้วย พอไปถึงเมืองหลวงก็คงดีขึ้น ที่นั่นมีทุกอย่าง ไปถึงแล้วก็จะได้อยู่ไฟดี ๆ แม่ฉันก็ไปด้วย จะได้ช่วยดูแลฉันค่ะ”
เธอรู้สภาพตัวเองดี จึงไม่คิดว่าลำบาก ขอแค่ต้าเหว่ยไม่รังเกียจเธอ ไม่รังเกียจลูก ต่อให้ไม่ได้อยู่ไฟก็ไม่เป็นไร
