หลินฮวากับพยาบาลช่วยกันเข็นเตียงคนไข้เข้าไปในห้องพักฟื้น ส่วนหมอที่ทำคลอดเมื่อครู่ก็เดินตามมาด้วย
พวกเขายังไม่ทันเข้าไปในห้องพักฟื้น ก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากข้างใน
เป็นเสียงของจ้าวอวี้เหมย แม่สามีของเฉินชูอวิ๋น “ช่วงสองสามวันมานี้ฉันเหนื่อยแทบตาย พี่สะใภ้เธอก็ไม่รู้จักความพอดี ถูกตามใจจนเสียคน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็จะกลับบ้านแม่ ไม่สนด้วยซ้ำว่าร่างกายตัวเองไหวไหม ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า”
เสียงของหวังเนี่ยน น้องสาวสามีดังตามมา “พี่สะใภ้ก็เป็นคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ พี่ใหญ่กลับจากไปปฏิบัติภารกิจทีไรก็ต้องคอยง้อพี่สะใภ้ทุกครั้ง บ้านเรานี่พี่สะใภ้ใหญ่สุดเลยนะ ตอนคลอดเมื่อกี้ฉันยังได้ยินพี่สะใภ้ด่าพี่ใหญ่อยู่ในห้องด้วย”
เธอไม่ชอบพี่สะใภ้คนนี้เลยสักนิด ไม่เคยคิดถึงพี่ชายตัวเอง เอาแต่หาเรื่องวุ่นวายอยู่บ้านทุกวัน แถมยังพูดเรื่องหย่าอยู่เรื่อย พี่ชายทำงานก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว พอกลับมายังต้องมาคอยเอาใจคนสำคัญคนนี้อีก
แค่มองเธอยังเหนื่อยแทน ตอนนั้นคนในบ้านน่าจะคัดค้านไม่ให้พี่สะใภ้แต่งเข้ามาตั้งแต่แรก!
ปีนี้หวังเนี่ยนยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ครอบครัวมีฐานะดี เด็กสาวจึงทะนงตัวอยู่บ้าง เธอคิดมาตลอดว่าเฉินชูอวิ๋นไม่คู่ควรกับพี่ชายของเธอ ในเมืองหลวงมีสาว ๆ ที่ชอบพี่ชายตั้งมากมาย ทำไมถึงเลือกพี่สะใภ้คนนี้กันนะ
พอได้ยินลูกสาวพูดอย่างนั้น จ้าวอวี้เหมยก็รีบมองไปทางประตู ก่อนจะตัดบท “พอแล้ว ๆ เด็กก็คลอดออกมาแล้ว เธอพูดให้น้อยหน่อย เรื่องพวกนี้อย่าให้พี่สะใภ้กับคนบ้านแม่ได้ยินเชียว เก็บไว้ในใจก็พอ...”
