ผู้อาวุโสฉีมีบารมีในโรงพยาบาลทหารสูงมาก เขาแสดงออกตั้งแต่แรกว่าไม่ชอบซ่งชิงเหอ ใครที่ไม่อยากมีเรื่องกับเขาต่างก็เลือกตีตัวออกห่างจากซ่งชิงเหอ
โรงพยาบาลทหารมีหมอที่เรียนมาอย่างถูกต้องมากมาย หากไม่เคยเห็นฝีมือจริงของซ่งชิงเหอ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ หรือไม่ก็ไม่เชื่อถือเธอ
ยิ่งผู้อาวุโสฉีแห่งแผนกแพทย์แผนจีนประกาศต่อหน้าทุกคนว่าไม่เชื่อว่าซ่งชิงเหอจะมีความสามารถพอทำให้ลู่หวยเฉินลุกขึ้นยืนได้ ผู้คนก็ยิ่งสงสัยในตัวเธอมากขึ้น
ส่วนเหตุผลที่ผู้อำนวยการทั้งสองคอยสนับสนุนซ่งชิงเหอ คงเป็นเพราะเห็นว่าเธอมีความสามารถ อีกอย่างก็เพราะเธอพูดจาน่าฟังด้วยกระมัง
ก่อนที่ลู่หวยเฉินจะลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ เหล่าหมอในโรงพยาบาลทหารก็แค่ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผู้อำนวยการเหรินคัดเลือกผู้ช่วยให้เฉิงอันถังด้วยตัวเอง ไม่มีใครคาดคิดว่าโจวหมิงจะเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้โจวหมิงตัดหนทางกลับไปแผนกแพทย์แผนจีนของโรงพยาบาลทหารด้วยมือตัวเอง
พอผู้อาวุโสฉีรู้ข่าวก็โกรธมาก คิดว่าโจวหมิงทำให้เขาเสียหน้า จึงประกาศทันทีว่าชาตินี้อย่าหวังกลับเข้าแผนกแพทย์แผนจีนอีก
ในสายตาของหมอส่วนใหญ่ในโรงพยาบาลทหาร การเลือกของโจวหมิงแทบจะเรียกว่าเลือกทิ้งทางสว่างไปหาความมืด ถึงตอนนั้นเขาต้องร้องไห้ไปขอร้องผู้อาวุโสฉีแน่นอน
มีเพียงหมอไม่กี่คนที่เคยเห็นซ่งชิงเหอฝังเข็มกับตาตัวเอง ซึ่งคิดว่าโจวหมิงกล้าหาญและเลือกได้ถูกต้องแล้ว
ผู้อำนวยการเหรินเดินเข้าไปแนะนำให้ซ่งชิงเหอรู้จัก
