จงเซียงเหลียนทบทวนเรื่องระหว่างตัวเองกับหวังต้าเหว่ยอยู่รอบหนึ่ง สิ่งที่ทุกคนพูดก็ใกล้เคียงกับความจริงมาก แม้คำพูดของสหายเหล่านี้จะฟังไม่ค่อยเข้าหู แต่เธอก็รับฟังทั้งหมด
“เอาละ ๆ กลับไปนั่งที่ของตัวเองให้เรียบร้อย อย่ามายืนออขวางอยู่ตรงนี้ให้คนอื่นเดือดร้อน!” พนักงานรถไฟวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา ไล่คนที่มุงดูให้กลับไปนั่งที่
พอคนอื่นแยกย้ายกันไป เธอก็ยัดกระติกน้ำเก็บความร้อนใส่อ้อมแขนจงเซียงเหลียนอีกใบ แล้วกระซิบว่า “ไข่ต้มใส่น้ำตาลทรายแดง กินเยอะ ๆ จะได้มีน้ำนม ลูกจะได้อิ่ม”
ไข่กับน้ำตาลทรายแดงเป็นของหายากในชนบท ยิ่งในแถบตะวันตกเฉียงเหนือที่ขาดแคลนข้าวของ ก็ยิ่งมีค่ามาก
ป้าเหมยรีบปฏิเสธ “สหาย ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก แต่พวกเรารับไว้ไม่ได้ รับไว้ไม่ได้…”
แค่ขึ้นรถไฟเที่ยวเดียว พวกเธอก็เจอคนใจดีมากมายเหลือเกิน
พนักงานรถไฟยิ้มกว้าง “นี่ไม่ใช่ของที่ฉันให้คนเดียวหรอก เป็นของที่พวกเราพนักงานช่วยกันรวบรวมมา ฉันออกน้ำตาลทรายแดงให้ ทุกคนมีน้ำใจให้พวกเธอ สหายจงต้องรับไว้ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”
เธอออกแค่น้ำตาลทรายแดงจริง ๆ ส่วนไข่กับกระติกน้ำเก็บความร้อนเป็นของที่เธอรวบรวมจากคนอื่น ไข่ทั้งหมดห้าฟองตอกใส่ลงไปแล้ว แถมยังใส่น้ำตาลทรายแดงให้อีกตั้งเยอะ
จงเซียงเหลียนทั้งซาบซึ้งใจและรู้สึกเกรงใจ “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณหัวหน้า ทำให้พวกคุณต้องลำบากแล้ว”
พนักงานรถไฟโบกมือ “พวกเราเป็นสหายที่ดีเหมือนกัน รีบกินเถอะ”
