หลี่เฉียงนอนนิ่งราวกับปลาตาย ขาข้างที่ปวดกระตุกเบา ๆ แม้แต่ตรงหน้าก็คล้ายมีแสงสีขาววาบขึ้นมา
คุณทวดจะมารับเขาแล้วหรือ?
หญิงชราเห็นหลี่เฉียงแข็งทื่อราวกับคนตาย ถึงได้หดขาแก่ ๆ ของตัวเองกลับ จากนั้นก็นั่งแหมะลงกับพื้นอย่างชำนาญ แต่ไม่ได้เริ่มโวยวายทันที กลับนั่งสังเกตการณ์ก่อน
ถ้าจำเป็นค่อยโวยวาย เก็บแรงไว้หน่อยสิ คนแก่อย่างเธอก็ต้องประหยัดแรงเหมือนกัน อย่างไรเสียดินก็กลบขึ้นมาถึงคิ้วแล้ว
จ้าวหงเองก็จนปัญญาอยู่บ้าง เธอตะโกนเรียกซ่งชิงเหอว่า “เฉียงจื่อดูท่าจะไม่ไหวแล้ว รีบหามเขาไปร้านยาของเธอก่อนเถอะ!”
หลิวซิ่วกลอกตาพรวดแล้วก้าวออกมา “จะหามอะไรกัน หามยายแกสิ! ตอนเป็น ๆ ยังเข้าไปไม่ได้ ต้องตายก่อนถึงจะเข้าไปได้ ร้านยาไม่ใช่ที่รับซื้อของเก่านะ!”
“ใช่! ร้านยาไม่ใช่ที่รับซื้อของเก่าสักหน่อย” ป้าเจิ้งเท้าเอวเห็นด้วยกับหลิวซิ่ว
ซ่งชิงหย่าที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นว่า “สหายหลี่เป็นคนไข้ ตอนนี้เธอเป็นหมอแล้วซ่งชิงเหอ เธอต้องรักษาสหายหลี่”
เธอทนเห็นซ่งชิงเหอได้ดีไม่ได้
ซ่งชิงเหอทำท่ากลอกตาตามหลิวซิ่ว “เมื่อกี้เธอก็บอกว่าตัวเองเป็นหมอไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไม่รักษาเขาล่ะ ไม่อยากรักษา หรือรักษาไม่ได้กันแน่?”
เรื่องที่ซ่งชิงหย่าไม่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ นั้น มีเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้กันหลายคน แต่คนนอกไม่รู้
ใบหน้าซ่งชิงหย่าดำคล้ำลงทันที แม้ถูกเยาะเย้ยก็ทำได้เพียงกลืนความโกรธลงไป
เธออดทนไว้…
ซ่งชิงเหอเห็นซ่งชิงหย่าไม่พูดไม่จา ก็อดอุทานในใจไม่ได้ว่าช่วงนี้อีกฝ่ายเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แม้แต่นิสัยใจก็ดูเปลี่ยนไปไม่น้อย
