อีกด้านหนึ่ง ซ่งชิงหย่า
หลังจากวิ่งออกจากเขตบ้านพักครอบครัวทหาร เธอก็พบว่าสุนัขสองตัวไม่ได้วิ่งตามมาแล้ว จึงหยุดพักและหอบหายใจเฮือกใหญ่ พลางหันกลับไปมองทางเขตบ้านพักครอบครัวทหารเพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขสีขาวสองตัวนั้นจะไม่ตามออกมา
“คนอะไรเนี่ย เลี้ยงหมาไว้ด้วย ไม่มีมารยาท ไม่มีจิตสำนึกส่วนรวมเลยหรือไง ไม่กลัวกัดคนหรือไง ถ้าฉันรู้ว่าเป็นบ้านไหนเลี้ยงหมา ฉันจะไปรายงานหัวหน้าให้ดู...” ซ่งชิงหย่าบ่นอย่างขุ่นเคืองไปพลาง นึกเสียดายที่แผนวันนี้ต้องล่มไม่เป็นท่า
จะให้เธอกลับเข้าไปอีก เธอก็ไม่กล้าแล้ว แต่เธอต้องหางานทำให้ได้ กู้หย่วนเป็นแค่ผู้กอง ครอบครัวของเขาจึงไม่สามารถติดตามไปอยู่ด้วยได้ เพราะอย่างนั้น ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้
ลึก ๆ แล้วเธอกลัวว่ากู้หย่วนจะเล่นไม่ซื่อ ส่งเธอกลับไป และพอดีว่าเธอยังใช้ชื่อเสียงของซ่งชิงเหอให้เป็นประโยชน์ได้ด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซ่งชิงหย่าก็มุ่งหน้าไปทางโรงพยาบาลทหาร
โรงพยาบาลทหารอยู่ไม่ไกลจากเขตบ้านพักครอบครัวทหารนัก ผ่านไปสิบกว่านาที เธอก็มาถึงหน้าโรงพยาบาล จากนั้นเดินตามป้ายบอกทางไปยังแผนกแพทย์แผนจีน
แผนกแพทย์แผนจีนเงียบเหงามาตลอดทั้งปี มีคนไข้มาหาหมอน้อยมาก ซ่งชิงหย่าพบเคาน์เตอร์พยาบาลแล้วเดินเข้าไปหา
พยาบาลนึกว่าเธอมาหาหมอ จึงรีบลุกขึ้นถาม “สหาย มาหาหมอหรือคะ?”
ซ่งชิงหย่ายิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันอยากถามว่าที่นี่รับคนเพิ่มไหมคะ ฉันมาสมัครงานค่ะ”
พยาบาลสาวรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง แต่ก็ยังอธิบายให้ฟัง “ขอโทษนะคะสหาย โรงพยาบาลทหารของเราไม่ได้เปิดรับคนนอกค่ะ”
