“อย่างไรเล่า เจ้ามิใช่มนุษย์แล้วหรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยยกมือน้อยปิดปาก ดวงตากลมโตกรอกไปมา ทำท่าทางคล้ายกำลังคิดว่า ‘แย่แล้ว ข้าหลุดแล้ว’ อย่างรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี
จี้เยี่ยนอันดึงมวยผมน้อย ๆ บนศีรษะนาง “ภูตพรายจากแดนใด รีบสำแดงร่างจริงออกมา”
เจียงอวิ๋นซุ่ยเบะปาก “เรื่องภูตมารปีศาจ เจ้าอย่ามายุ่งนักเลย”
ตอนนี้นางกลายเป็นเห็ดน้อยไม่ได้แล้ว!
คิดแล้วก็หงุดหงิดนัก
ร่างเห็ดของนางแม้ไร้เท้า แต่วิ่งได้เร็วเสียยิ่งกว่า
หยอกล้อเด็กน้อยผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง จี้เยี่ยนอันก็สั่งให้รถม้ามุ่งหน้าไปยังที่คุมขังพวกค้ามนุษย์
ผู้คนที่ถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวมา ลูกน้องจะตรวจสอบข้อมูลให้ตรงแล้วส่งตัวกลับ
“ซื่อจื่อ ในกลุ่มที่ถูกพวกค้ามนุษย์จับมามีชาวเจี๋ยเจ็ดคน ทั้งบุรุษและสตรี อีกทั้งยังมีเด็กหนึ่งคน”
ชาวเจี๋ย เมื่อจี้เยี่ยนอันได้ยินคำนี้ ก็คาดเดาได้ทันทีว่าพวกค้ามนุษย์ตั้งใจจะส่งคนเหล่านี้ไปที่ใด
แววตาของเขาแสดงความรังเกียจ
พวกคนโง่เขลาเบาปัญญาในแดนจงหยวนนี่
เจียงอวิ๋นซุ่ยอยากไปดูตามลำพัง แต่ก็จดจำได้ว่าต้องบอกกล่าวจี้เยี่ยนอันเสียก่อน มิเช่นนั้นจะถูกตี
“ข้าขอไปดูด้วยตนเองได้หรือไม่ ข้ามิได้วิ่งหนีออกไปข้างนอก”
เห็ดน้อยเอ่ยกับจี้เยี่ยนอันอย่างว่าง่าย
“อืม”
รู้จักบอกกล่าวแล้ว ก็นับว่ามีความก้าวหน้า
เมื่อได้รับอนุญาต เจียงอวิ๋นซุ่ยก็กระโดดโลดเต้นจากไป
เห็ดน้อยลดทอนการมีตัวตนของตน มือไพล่หลัง เดินเตร็ดเตร่ไปถึงห้องขัง
นางมองดูนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ในห้องขังด้วยความสงสัย บางคนยังร้องตะโกนว่าตนถูกใส่ร้ายอย่างอ่อนแรง
