กองกำลังห้าพันนายของเปี่ยวกั๋วถูกแผนลวงให้กรูเข้าสู่ภายในเมือง
ในเมืองนั้นวางกำลังซ่อนตัวไว้แต่แรกแล้ว อีกทั้งชาวบ้านต่างก็ถูกปลุกเร้าให้ลุกขึ้นมาร่วมมือต่อต้านข้าศึก
พวกเขาเทน้ำร้อนเดือดจัด น้ำครำสกปรกใส่จากบ้านเรือน แล้วก็มีพวกที่เอาฉือโถวขว้างปาใส่ด้วย
ทหารที่ซ่อนตัวเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วก็พุ่งออกมาฟาดฟันสังหาร...
ช้างออกลาดเลียบไปตามถนน กระทืบเท้าเพียงครั้งเดียวก็มีคนตาย
อีกทั้งจั่วจั่วโย่วโย่วยามประหัตประหารข้าศึกก็ดุดันดั่งสัตว์ป่า
เจียงอวิ๋นซุ่ยเองก็ใคร่จะเข้าไปร่วมสนุกด้วย ทว่ากลับถูกจี้เยี่ยนอันคุมตัวให้อยู่แต่ในเรือน
“กลียุคโหดร้ายนองเลือดถึงเพียงนั้น มีอะไรน่าดูงามเล่า?”
“เจ้าที่เป็นแค่เด็กเล็กอยู่ ไฉนถึงอยากไปร่วมซุ่มเสี่ยงกับเขาไปทุกครา”
เจียงอวิ๋นซุ่ยทำปากยื่น “ข้าก็ไม่กลัวเสียหน่อย!”
ของน่าสะพรึงกลัวอย่างกู่มนุษย์นางก็เคยเห็นมาแล้ว ซากศพจะมีอะไรน่ากลัว
จี้เยี่ยนอันว่า “รอฟังข่าวก็พอแล้ว มาทางนี้ ข้าสอนเจ้าฝึกเขียนอักษร”
เจียงอวิ๋นซุ่ยงัวเงียเดินเข้าไปหา
แต่กระนั้น อักษรของนางในยามนี้ก็เขียนงดงามกว่าแต่ก่อนอยู่มาก
การลวงชาวเปี่ยวกั๋วให้เข้ามาติดกับในเมืองครานี้ รบราฆ่าฟันกันอยู่ชั่วยามหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน
ภายใต้สถานการณ์ที่ชาวเมืองทั่วทั้งนครล้วนให้ความร่วมมือ ในที่สุดชาวเปี่ยวกั๋วที่ถูกหลอกเข้ามาก็ถูกจับกุมและถูกสังหารจนหมดสิ้นทุกคน
รบกันมาจนถึงภายหลัง ชาวเปี่ยวกั๋วถึงกับถอดเกราะทิ้งหมวกหนีกระเจิง
ยามวิกาล เมื่อเสียงฆ้องดังก้องกังวาน ประกาศข่าวว่าชาวเปี่ยวกั๋วถูกสังหารราบคาบ ทั่วทั้งต้าหลี่ก็พากันเริงร่าเปรมปรีดิ์
